Discoverบันทึกนึกขึ้นได้
บันทึกนึกขึ้นได้
Claim Ownership

บันทึกนึกขึ้นได้

Author: ง่วง

Subscribed: 4,397Played: 57,276
Share

Description

Podcast ที่จะทำให้คุณนึกถึงทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเมื่อหลายปีก่อน เรื่องของเมื่อวานนี้ หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อกี้นี้ โดยที่เมื่อฟังจบแล้วผมหวังว่าเราทั้งสองจะเข้าใจในสิ่งที่ผ่านมา มากขึ้นไปด้วย :)

ติดตามเพิ่มเติมได้ในเพจ “บันทึกนึกขึ้นได้” และ Instagram : sooooosleepy
63 Episodes
Reverse
คุณผู้ฟังเคยรู้สึกเหมือนกันผมมั้ยว่า มึงงงง กูอยากลาออก กูไม่ไหวแล้ว กูอยากหยุด แต่กลัวที่ใหม่ไม่ได้เงินเดือนเท่านี้ ไม่ได้สวัสดิการเท่านี้ เราเลยไม่กล้าเปลี่ยน ไม่กล้าออกไปเร่ิมใหม่ กลัวสายตาของใครๆ ที่จะมองกลับมาด้วย มันไม่มีอะไรผิดเลยที่เราจะเลือกอยู่ตรงนี้ที่เดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปไหน เพราะเป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างอ่อนไหว และมีเงื่อนไขต่างๆ ในชีวิตค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่คิดแล้วทำได้เลย มันต้องดูอะไรอีกหลายๆ อย่าง วันนี้ผมเลยมาชวนคุณผู้ฟังมาคิดไปพร้อมๆ กันว่า เราจะยังคงมีความสุข มี Passionในชีวิตได้ยังไง ในขณะที่ทุกๆ วันยังต้องตื่นไปทำงานประจำอยู่ บางคนอาจจะยังเรียนอยู่ มัธยม หรือมหาวิทยาลัย ก็อยากให้ลองฟังดูนะครับ เผื่อว่าสิ่งที่คุณกำลังเรียนอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขเช่นเดียวกัน
ใครบ้างไม่เคยคาดหวังกับอะไรเลย ผมว่าคำถามนี้ตอบยากนะ โดยเฉพาะถ้าเราถามตัวเอง แต่ผมยอมรับคนแรกเลยว่า ผมนี่แหละ ที่เป็นนักคาดหวัง ชอบคิดว่าสิ่งนั้น สิ่งนี้จะเป็นตามอย่างที่เราคิด แล้วพอมันไม่ใช่ ก็เราเองอีกนั่นแหละ ที่จะมาคอยตีโพยตีพาย เสียใจ หงุดหงิด นั่งเศร้าเป็นวันๆ แล้วก็ยังคาดหวังต่ออีกว่า มันน่าจะเป็นอย่างที่คิดในอีกมุมหนึ่งอีกนั่นแหละ เรียกว่า วนลูปแห่งความคาดหวัง โดยที่ไม่ได้มีพื้นฐานอยู่บนความเป็นจริงเลย
ไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร ไม่รู้ว่าการที่ทำได้หลายอย่าง แต่ไม่ค่อยดีสักอย่างมันโอเคใช่มั้ย การเป็น เป็ด ที่ดีเป็นยังไง ยังควรเป็นเป็ดอยู่ไหม หรือจะเป็นอะไร ที่สุดท้ายก็ยังตอบตัวเองไม่ได้อยู่ดี ?
เรากลับไปเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ไหม ผมว่าเราน่าจะเคยถามตัวเองด้วยคำถามนี้นะครับ ในวันที่กำลังทะเลาะกันแบบที่หาจุดตัด จุดลงตัวกันไม่ได้ วันที่ต้องบอกว่า เออ มันเป็นแฟนกันไม่ได้แล้ว มันไปต่อด้วยกันไม่ได้แล้ว มันไม่ได้รู้สึกแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว ไม่ใครสักคนที่กำลังจะตัดสินใจตัดความสัมพันธ์ เลือกที่จะตั้งคำถามนี้ออกมากลางโต๊ะ ว่า ถอยกลับมาเป็นเพื่อนกันได้มั้ย บางคนก็อยากที่จะมีเขาอยู่ในชีวิตนะ อยากให้มีความสัมพันธ์สักทางใดทางหนึ่งกับเขาไว้สักหน่อย เรายังเห็นอะไรบางอย่างในอนาคตกับเขาหรือเธอคนนี้อยู่นะ แต่บางคนก็ส่ายหน้า บอกได้เลยว่า หน้ายังไม่อยากเห็น เพื่อนก็ไม่ได้เป็นมาก่อน มาถึงก็เป็นผัว เป็นเมียเลย จะขอย้อนกลับไปเป็นเพื่อนได้ยังไง ไม่มีวัน หรือบางคนก็บอกว่า ก็ขอคิดดูก่อนนะ แต่ก็ไม่ได้ลบเพื่อนออกจากลิสในเฟซบุ๊ค ยังฟอลโล่กันในไอจี หรือทวิตเตอร์ แล้วก็ยังมีอะไรบางอย่างที่ยังแอบกลับไปหากันตามสถานการณ์และเวลาที่เอื้ออำนวย ซึ่งคุณผู้ฟังก็น่าจะรู้ว่าตัวเองอยู่ฝั่งไหน ทีนี้เรามานั่งคิดกันต่อดีกว่านะครับว่า อะไรคือเหตุผลที่แท้จริงของคำถามนี้ ผมหรือคุณควรใช้วิธีคิดแบบไหนเพื่อที่จ
ผมเคยมีความคิดที่ว่า เรามันไม่ดีพอกับใครสักคนหรืออะไรสักอย่าง มีชีวิตอยู่เพื่อจะได้รับความรัก รอคอยการถูกคัดเลือก ไม่กล้าเป็นตัวอย่างอย่างที่ตัวเองอยากเป็นจริงๆ ใช้ชีวิตเพื่อรอให้ใครสักคนอนุญาตให้เราเป็นตัวเอง ในแบบที่สุดท้ายก็ไม่แน่ใจว่า ที่เป็นอยู่ ใช่สิ่งที่อยากเป็นจริงๆ รึเปล่า หรือมันเป็นสิ่งที่ใครๆ เขาก็ทำกัน ถ้าทำแบบนี้แล้วเราจะได้รับการยอมรับ และมันเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนควรจะเป็น
มันผ่านวันเกิดของเรามันตั้งหลายครั้งแล้วนะ ย้อนกลับไปแต่ละครั้ง จำได้มั้ยว่า แต่ละปีเราเป็นคนแบบไหน ตอนนี้ยังเหมือนเดิม หรือมีอะไรต่างไปบ้างมั้ย ได้เรียนรู้ หรือไม่ได้รู้สึกรู้สากับอะไรที่เกิดขึ้นในชีวิตสักเท่าไหร่ ลองมานั่งคิดไปพร้อมๆกันนะครับว่า เมื่อถึงวันเกิดของคุณผู้ฟังแล้ว คุณได้เรียนรู้อะไรกับชีวิตที่ผ่านไปบ้าง บางทีคุณผู้ฟังอาจอายุน้อยกว่าผม แต่คิดอะไรได้มากกว่าผมก็ได้ หรือบางทีคุณผุ้ฟังที่โตกว่า มีอะไรที่คิดแตกต่าง หลังจากจากจบแล้ว ก็แวะมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลังไมค์ได้นะครับ
เคยรู้สึกว่าไม่โอเคกับตัวเองไหม ? แล้วบอกกับตัวเองว่าอะไร ? บอกกับใครบ้างไหม แล้วมันโอเคมั้ย ที่เรารู้สึกไม่โอเค แต่บอกใครไม่ได้เลย ?
เรื่องพวกความสัมพันธ์ หรืออกหักอะไรแบบนี้ ถ้าไม่ได้เจอกับตัว เราไม่อินกับมันจริงๆนะ คนที่มีความรักดีๆ มาฟังก็จะรู้สึกว่า มึงงงงง ทำไมไม่มูฟ นั่งแช่ทำไม แต่ถ้าวันนึงมันเกิดขึ้นกับเรา เราจะเข้าใจเลยว่า ทำไมเราถึงยังก้าวต่อไปไม่ได้ ทั้งๆ ที่ทุกวันมันค่อยๆ ผ่านเลยไป จะว่าไปแล้ว การอกหักนี่มันเป็นความรู้สึกครั้งใหญ่ที่สามารถนับได้เลยนะว่า นี่แหละคืออีกสิ่งที่ยากลำบากในการผ่านไปจริงๆ
ความสุขคือห้วงเวลาที่สั้นที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตแล้ว ซึ่งถ้ามันสั้นขนาดนั้น นั่นหมายความว่า เราไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะมีความสุขรึเปล่า แล้วถ้าไม่ใช่ความสุข สิ่งนั้นมันคืออะไร มีอะไรที่สำคัญกว่าการมีความสุขในชีวิตนี้ด้วยหรอ ?
เราไม่ค่อยได้เรียนรู้อะไรจากความสุขสักเท่าไหร่ ผมไม่ได้คิดว่าเราโตขึ้น หรือเป็นตัวเองที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะความสุข ซึ่งผมว่ามันเป็นประโยคที่ง่ายต่อการถูก defence เหมือนกันนะ เพราะบางคนอาจจะคิดว่า ความสุขเป็นตัวแปรบางอย่างที่ทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้น แต่สำหรับผมแล้ว ความทุกข์ ความเจ็บปวดต่างหากที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่างที่มันซ่อนอยู่ เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่มีใครอยากเจอมันหรอก ไอ้ความเจ็บปวดเนี่ย แต่ถามว่า เลือกได้มั้ยละ ที่จะไม่เจอกับมันเลยทั้งชีวิต ก็ทำไม่ได้ เราต่างเติบโตจากความรักที่มันเจ็บปวดด้วยกันทั้งนั้นแหละ แต่จะต้องเจ็บกันอีกกี่ครั้ง อันนี้ก็ต้องลองมานับกันดู
ถ้าไม่ใช่เพราะหนี้สิน ที่สุมรออยู่ทุกเดือน มีพ่อแม่ให้ดูแล มีแมวที่ต้องรีบกลับบ้านไปให้อาหาร มีคอนเสิร์ตที่อยากไปดู มีที่เที่ยวที่อยากเดินทางออกไป เราจะต้องทำงาน และมีชีวิตอยู่ไปไหม เป็นคำถามที่ผมถามกับตัวเองมาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น จนเข้าช่วงยี่สิบ มันก็มีช่วงที่เราลืมคำถามนี้ไป ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน แต่พอมีใครสักคนตายจากไปในชีวิต คำถามเหล่านี้ก็จะกลับมาอีกครั้ง และยังหาคำตอบว่า ความท้าทายของการมีชีวิตอยู่คืออะไร
เราต่างเสพติดความเร็ว เน็ตก็ต้องเร็ว ส่งไลน์ไปหาก็ต้องรีบตอบ สั่งของก็อยากให้รีบส่ง งานก็ต้องรีบทำ เที่ยวก็ร้องรีบเที่ยว เดี๋ยวมีคนตามมาเยอะ กินก็ต้องรีบกิน เพิ่งคุยกันก็รีบบอกว่าคิดถึง อกหักก็อยากรีบหาย ทุกอย่างดูเร่งรีบ ฉาบฉวย จนบางทีเราก็หัวเสียกับคนที่ตอบข้อความช้าไปไม่กี่นาที โวยวายกับคนที่ส่งของให้เราช้าไปวันสองวัน รู้สึกเบื่อกับหนังที่ไม่ได้สนุกตั้งแต่เริ่มเรื่อง แต่จริงๆ แล้วความช้ามันมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้ข้างในเราสงบ ไหนๆ ก็กำลังเริ่มปีใหม่กันแล้ว ลองมานั่งคิด นั่งฟังกันดูว่า อะไรบ้างในปีนี้ ที่เรายังไม่ต้องเร่งรีบไปกับมันก็ได้
ทำไมเราถึงเกรงใจคนที่ไม่สนิท ? ทำไมเราถึงแคร์ว่าใครชอบเราไม่ชอบเรา ? ทำไมเมื่อใครสักคนจากไป เราถึงไม่หลงเหลือความเป็นตัวเองอยู่เลย ? ทำไมต้องรู้สึกแย่ เมื่อถูกใครสักคน Bully ? หาคำตอบผ่านการนั่งคุยสบายๆ กับแขกรับเชิญคนแรก คุณสายใย สระกวี Head of Communications and Public Affairs ของ Google Thailand
ทุกๆ สิ้นปี สำนักข่าว นิตยสารหัวใหญ่ๆ มักจะทำสรุปบุคคลสำคัญ บุคคลผู้มีอิทธิพลกับโลกใบนี้ เรียงลำดับกันออกมา ว่าใครเด่นด้านไหน ใครทำอะไรกันมาบ้างในปีนี้ ผมชอบเข้าไปอ่าน แล้วก็มีหลายๆ คนที่เราชื่นชม อยู่ในนั้นด้วย ระดับโลกอาจดูกว้างไป ลองมองเข้ามาในชีวิตตัวเองบ้าง ว่าในปีที่ผ่านมา ถ้าจะ List คนที่สำคัญ คนที่ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น คนที่คอยสนับสนุนความฝันของเรา เราควรจัดลำดับเค้าเหล่านั้นขึ้นมา เพื่อขอบคุณ เพื่อได้ย้อนกลับไปคิดว่า ถ้าไม่มีเค้าคนนั้น ตอนนี้เราจะเป็นยังไง ผมคิดว่าทุกๆ ปีมันก็จะมีคนที่เปลี่ยนค่าหน้าตาไปไม่กี่คนหรอก แต่เราเคยได้กลับมานั่งคิดเงียบๆ คนเดียวมั้ยว่า การมีอยู่ของเราตอนนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็นอยู่ของเราเพียงคนเดียว ทุกอย่างเกิดขึ้นจากการมีใครอีกหลายๆ คนที่เป็นตัวหล่อหลอมให้เราเป็นตัวเองในวันนี้ เราต่างเป็นบทเรียนให้กันและกัน เค้าอาจเป็นบทเรียนที่ดีให้เรา เราก็อาจจะเป็นบทแย่ๆ ที่ใครบางคนก็ไม่อยากจำ แต่เมื่อจะต้องคิดถึงกันก่อนจบปีไป ลองมานั่งลิสกันนะครับว่า 5 คนสำคัญ ที่ทำให้ปีนี้เป็นปีที่ดี มีใครบ้าง
อีกปีที่กำลังจะผ่านไป อะไรที่อยากทำ อะไรที่คิดเอาไว้ได้ทำไปหมดแล้วรึยัง เราตั้งเป้าหมายว่าปีถัดๆ ไป เราอยากทำ อยากเป็นอะไร แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น เราต้องมาทบทวนตัวเองก่อน ว่าอะไรที่หนักไป และควรที่จะทิ้งเอาไว้ในปีนี้
ทุกครั้งที่เราต้องเลิกลา เราอาจไม่ได้รู้สึกเสียดายเค้า มากไปกว่าเสียดายช่วงเวลาที่เคยได้อยู่ด้วยกัน เราเสียดายบทสนทนาเหล่านั้น เสียดายความทรงจำที่มันมีค่ากับความรู้สึก จนเราไม่อยากเสียอะไรไปอีกเลย นั่นเลยทำให้สุดท้าย มันทำให้เราเป็นคนเก็บ เรายังเก็บทุกอย่างไว้ในความทรงจำ บางครั้งก็ไปหยิบหาเอามาเพิ่ม เติมวัตถุดิบใหม่ๆ ให้ปัจจุบันมันว้าวุ่น คนที่เดินถือความทรงจำอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี มันก็หนักสมอง หนักหัวใจอยู่เหมือนกันนะ ถ้าไม่รู้จักเทความรู้สึกที่ไม่จำเป็นกับชีวิตออกไปบ้าง แล้วเมื่อไหร่เราจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้สักที #ฮาวทูทิ้ง #ฮาวทูเท
คนญี่ปุ่นเฝ้ารอซากุระอย่างมีความหวัง เป็นการเฝ้ารอที่มีการคาดคะเนว่า ความหวังนั้นจะเป็นจริง เทศกาลดูดอกซากุระจึงเป็นประเพณีแห่งความหวัง การเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ และการเฉลิมฉลองตอนมาญี่ปุ่นวันแรกๆ แต่ผมก็สังเกตเห็นคนใส่หน้ากากปิดปากกันเต็มรถไฟฟ้า บางคนใส่ทำกิจวัตรประจำวัน ตอนแรกก็คิดว่าเขาคงกลัวติดหวัด ติดเชื้อโรค แต่ลองถามกับคนแถวนั้นถึงรู้ว่า บางคนเขาแพ้เกสรดอกไม้ ฤดูชมดอกซากุระจะมีเกสรดอกไม้ลอยฟุ้งในอากาศค่อนข้างเยอะ เล่นบานกันทั้งประเทศ คนที่แพ้ เลยต้องดูแลตัวเอง หรือว่าความหวังที่คนส่วนใหญ่รอคอย อาจไม่ใช่ความหวังของอีกคนที่ไม่ได้มีความสุขไปกับมัน เฮ่อ ความสุขของเรามีไม่เท่ากันจริงๆ
ทำไมอกหักแล้วต้องออกเดินทาง ทำไมถึงต้องเดินหน้าหาความทรงจำใหม่ เพื่อลืมหรือเอามันมาทับซ้อนความทรงจำเก่า แล้วสุดท้ายการเดินทางเพื่อลืมมันมีจริงมั้ย หาคำตอบกับที่การเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้ของผม
loading
Comments (9)

ตี๋ครับ ทรานสปอร์ต

ไม่โอเครครับ (บอกตัวเอง)

May 17th
Reply

Kittinata Fluke Rhekhalilit

ชอบมากครับ ขอบคุณที่ผลิตสื่อดีๆที่ให้กำลังใจและข้อคิดแบบนี้

Apr 14th
Reply

Malee Metha

ให้ข้อคิดที่ดีมากๆ👍👏

Oct 3rd
Reply

Suhaimin Saleh

ขอบคุณแนวคิดดีๆ สำหรับการใช้ชีวิตกับคนคิดลบ แนวคิด ได้แนวทางดีมากๆ

Jul 9th
Reply

iamnuynuii

เราเอาความคาดหวังไปไว้กับความรอคอย จนในที่สุดเลย ทุกข์จนเลือกที่จะไม่รอ...ตอนนี้ก็มีความสุข.. อาจเหงาไปบ้าง แต่เดียวคงจะดีขึ้น ^^

Jun 19th
Reply

Waan Anight

คอนเท้นท์ของทุกตอนดีมาก ชอบมาก ติดตามฟังอยู่เสมอนะคะ

Jun 11th
Reply

iamnuynuii

ฟังแล้วรู้สึกใช่เลยค่า พยายามยับยั้งอยู่

Jun 10th
Reply

Lookpla Kleebbubpha

ขอบคุณที่ทำ Podcast ดีๆให้ฟังนะคะ , วันนี้ต้องขับรถเดินทางไกล มีโอกาสมาเจอในนี้ ก็เปิดฟังไปด้วย (ฟังไปๆมาๆ 7 Ep ) รู้สึกเหมือนมีเพื่อนนั่งคุยอะไรๆให้ฟัง ก็ประทับใจในหลายๆจุดที่นำเสนอออกมานะคะ ฟังแล้วสบายใจดี ทำออกมาอีกเรื่อยๆนะ ขอบคุณมากค่ะ 👍🏼😊

Apr 4th
Reply

Suhaimin Saleh

👌

Mar 18th
Reply
Download from Google Play
Download from App Store