Discoverคำสอนพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ
คำสอนพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ
Claim Ownership

คำสอนพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ

Author: 072

Subscribed: 80Played: 410
Share

Description

หนังสือเสียง ธรรมะ พระธรรมเทศนา หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) วิชชาธรรมกาย
658 Episodes
Reverse
จากโอวาทพระมงคลเทพมุนี เรื่องพระของขวัญ
พระมงคลเทพมุนี อธิบายทางเดินของใจ จัดทำโดย กองพุทธศิลป์
อติมานะ อนติมานี ไม่มีอติมานะ เย่อหยิ่งจองหองไม่มี ไม่มีเย่อหยิ่งจองหองจริงๆ ทีเดียว  ลูกหญิงลูกชายบางคนเย่อหยิ่งจองหอง  ต่อพ่อแม่  กระทบกระทั่งเข้าเล็กน้อยเราก็ใช้จมูกฟิด หมิ่นพ่อแม่เสียแล้ว  เอาแล้ว  นี่ร้ายกาจถึงขนาดนี้  นี่มันหยิ่งจองหองอย่างนี้ ภิกษุสามเณรก็ดุจเดียวกัน  ถ้าว่ากระทบกระทั่งเข้าเล็กๆน้อยๆ ละก็ เอาละไปละ สึกขาลาเพศไปเสียบ้าง ไปเสียที่ไหนไหนบ้าง นี่เอาเข้าแล้ว ถูกเข้าเล็กๆ น้อยๆ ละก็หัวดื้อกระด้าง ครูบาอาจารย์เกลียดนัก พ่อแม่ก็เกลียดนัก ถ้าเป็นผู้ไม่หยิ่งจองหอง  เมื่อไม่หยิ่งจองหองอย่างนี้แล้วเป็นที่สบายใจ  อยู่กับพ่อแม่เป็นที่สบายใจ  ครูบาอาจารย์  ภิกษุสามเณร อุบาสก  อุบาสิกา  ในพระพุทธศาสนาเป็นผู้ไม่หยิ่งจองหองแล้วเป็นที่สบายใจ  พระพุทธศาสนาชอบใจนัก  ชอบอาจหาญ  ชอบตักเตือน  ไม่มีอติมานะ ถ้ามีอติมานะเย่อหยิ่งจองหอง  เป็นเช่นนั้นเราก็เป็นที่ไม่สบายใจ นี่เป็นคนฝ่ายเลว  ฝ่ายดีก็ไม่หยิ่งจองหองเท่านั้น ไม่มีอติมานะทีเดียว จากพระธรรมเทศนาเรื่อง "กรณียเมตตสูตร" ๒๕ พฤษภาคม ๒๔๙๗
อานิสงส์การบวช อานิสงส์ผลของเจ้าตนผู้บวชของมารดาบิดาของผู้อุปถัมภ์ให้บวชมากมายนัก ท่านกล่าวว่า มารดาลูกของตัวบวช มารดาบิดาลูกของตัวบวชในพระธรรมวินัยของพระศาสดา เป็นเจ้าภาพให้ลูกของตัวบวชเป็นเณรในพระธรรมวินัยพระศาสดาได้อานิสงส์ ๘ กัลป์ การให้บวชเป็นพระภิกษุได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป์  ๘ กับ ๑๖  ประสมกันเข้าเป็น ๒๔ กัลป์ เหมือนพระที่บวชใหม่นี้เจ้าภาพก็ได้ฝ่ายมารดาก็ได้อานิสงส์ ๒๔ กัลป์ กัลป์หนึ่งเท่าไหร่ล่ะ ได้เสวยสุขนะ ไม่รู้จักได้นานเท่าไร เอากัลป์รวมกัน กันน่ะ ภูเขากว้างโยชน์ สูงยอดหนึ่ง ๑๐๐ ปีเทวดาผู้วิเศษเอาผ้าเทพเนื้อละเอียดมาปัดลงไปที่ยอดนั้นครั้งหนึ่ง ก็หยุดไปพอครบ ๑๐๐ ปีแล้วมาปัดครั้งหนึ่ง เพียรปัดไปดังนี้แหละ ภูเขานั่นสึกด้วยผ้าเทวดาปัดนั่นแหละ สึกลงมาเรียบร้อยลงมาถึงพื้นดินตามเดิมไม่รู้ว่าภูเขาอยู่ที่ไหน เป็นพื้นดินไปแล้ว เรียบลงมาถึงขนาดนั้น นั่นเรียกว่าได้กัลป์หนึ่ง  ได้กัลป์หนึ่ง  โอ..มันเหลือลึกอย่างนี้ อีกนัยหนึ่ง สระกว้างโยชน์ ลึกโยชน์หนึ่ง  สี่เหลี่ยมจัตุรัส  ๑๐๐ ปีมีเทพเจ้าผู้วิเศษเอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดมาทิ้งลงเมล็ดหนึ่ง  เทวดาผู้วิเศษก็ไม่ตายเหมือนกัน  ๑๐๐ ปีก็เอามาทิ้งไว้เมล็ดหนึ่ง ๑๐๐ ปีก็เอามาทิ้งไว้เมล็ดหนึ่ง จนกระทั่งเมล็ดพันธุ์ผักกาดนั้นแหละเต็มสระที่ลึกโยชน์ กว้างโยชน์นั่นนะ สี่เหลี่ยมจัตุรัสนั่นแหละ นี่มันเท่าไรกันล่ะนับกันไม่ไหว ต้องตวงกันด้วยกัลป์อย่างนี้ นี่บุญกุศลน่ะมันมากมายขนาดนี้ จากพระธรรมเทศนาเรื่อง "รัตนสูตร" ๒๓ พฤษภาคม ๒๔๙๗
เด็กเล่นขายของ ธรรมอันนี้เป็นของลึกซึ้ง  ถ้าว่าผู้ใดไปถึงเข้าแล้วผู้นั้นก็จะรู้สึกน่ะไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย พุทโธ่เอ๋ย...เราเกิดมาตั้งแต่เล็กจนโต  เป็นหนุ่มเป็นสาวครองเหย้าครองเรือน เหมือนเด็กจริงๆ  เด็กๆ เล่นขายของกันแท้ๆ เดี๋ยวก็ตี  เดี๋ยวก็ทะเลาะกัน เพราะอ้ายนั่นไม่พอ อ้ายนี่ไม่พอ   หึงหวงกันต่างๆ นานาเหมือนเด็กๆ เล็กๆ แท้ ถ้าไปถึงพระเข้าแล้ว  ก็ไอ้นี่มันไม่ใช่เรื่องอย่างนี้หรือนี่  นี่แกก็ไปเห็นอย่างนั้นเขาเหมือนกัน แกจึงทิ้งบ้านทิ้งช่อง แม้ใครจะมายอมเป็นภรรยาแกก็ไม่ยอมอีกนะแหละ   แกกลัวจะเล่นเรื่องเด็กกันอีก  แกกลัว แกรีบมาเสีย แกกลัวจะไปเล่นเรื่องเด็กกันอีก  ยุ่งๆ เหยิงๆ กันต่างๆนานา ที่รบกันไปรบกันมานั้นมันก็เรื่องเด็กๆนะไม่ใช่เรื่องผู้ใหญ่ ถ้าเรื่องผู้ใหญ่ไม่รบกันดอก  ดูแต่ผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่นั่นสิ  อยู่ด้วยกันไปไปก็ไม่เป็นไร  โอบอ้อมอารีซึ่งกันและกัน ไม่ค่อยจะเป็นอันตรายนัก  แต่ว่าต่างคนต่างก็เป็นผู้ใหญ่  เป็นเด็กๆไม่รู้เดียงสา  พูดกันไม่รู้เรื่อง  ฟังกันไม่รู้เรื่อง  กลับเป็นเด็กๆ อีก เพราะเหตุนี้ความเป็นพระพุทธเจ้าเป็นของได้ยาก  เป็นผู้ใหญ่จริงๆ นะจึงจะเป็นพระพุทธเจ้าได้ ถ้าเป็นเด็กๆ เป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ ยังทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ สมัยเมื่อยังเป็นเด็กๆ พระพุทธเจ้าไม่มีทะเลาะกันกับใคร ใจดีนักทีเดียว ไม่ข้องแวะกับใคร จากพระธรรมเทศนาเรื่อง "รัตนสูตร" ๒๓ พฤษภาคม ๒๔๙๗
อารมณ์

อารมณ์

2019-10-1003:56

อารมณ์ นี่ตั้งแต่กายธรรม-กายธรรมละเอียด  กายโสดา-โสดาละเอียด  กายธรรมสกทาคา-สกทาคาละเอียด  กายธรรมอรหัต-อรหัตละเอียด ๑๐ กายนี่ไปนิพพานได้ทั้งนั้น แต่ว่าไม่มีนิพพานเป็นอารมณ์เหมือนพระอรหัตพระอรหัต พระอนาคามีมีนิพพานเป็นอารมณ์ ไม่มีอารมณ์อื่นละ สัตว์โลกในโลกนี้มีกามคุณเป็นอารมณ์ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เป็นที่ชอบใจเป็นอารมณ์หมดทั้งสากลโลก ผู้หญิงก็แบบนั้นแหละ ผู้ชายก็แบบนั้นมีอารมณ์เพราะมีกามภพ จะไม่ให้คิดเรื่องอื่น รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เท่านั้นเป็นอารมณ์ของมันเชียว ไม่คิดเรื่องอื่นๆ นั่นเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เท่านั้น เมื่อกามภพมีอารมณ์ เช่นนี้ มนุษย์ชั้นหนึ่ง  สวรรค์ ๖ ชั้นมีอารมณ์เดียวกัน เมื่อถึงกายรูปพรหม อีก  ๑๖ ชั้น พวกรูปพรหม ๑๖ ฉันนั้นมี   ปฐมฌานเป็นอารมณ์ ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน เป็นอารมณ์ ใจจดใจจ่ออยู่ฌานนั่นแหละ ไม่ไป จ่อจดที่อื่นละ สวรรค์ ๖ ชั้น มนุษย์ชั้นหนึ่ง ไม่จดจ่อที่อื่น จดจ่ออยู่ที่กามทั้งนั้น รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ใจจดอยู่นั่น ถอดไม่ออกติดแน่นเชียว ส่วนรูปพรหมนั่นติดอยู่ที่ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน ติดแบบเดียวกันติดยิ่งกว่าติดในกามอีกแน่นหนาทีเดียว ส่วนกายอรูปพรหม  ๔ ชั้นเล่า ใจจ่ออยู่ที่เอารูปฌาน   อากาสานัญจายตนะ วิญญานัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ติดอยู่นั่นถอนไม่ออก นี่สุดภพทั้งหมด จากพระธรรมเทศนาเรื่อง "รัตนสูตร"
เสียงอ่านโอวาทหลวงพ่อวัดปากน้ำเรื่อง สิ่งที่เป็นเกาะเป็นที่พึ่งของตน
เสียงอ่านโอวาทหลวงพ่อวัดปากน้ำเรื่อง สิ่งที่เป็นเกาะเป็นที่พึ่งของตน ตอนที่ ๔
เสียงอ่านโอวาทหลวงพ่อวัดปากน้ำเรื่อง สิ่งที่เป็นเกาะเป็นที่พึ่งของตน ตอนที่ ๓
เสียงอ่านโอวาทหลวงพ่อวัดปากน้ำเรื่อง สิ่งที่เป็นเกาะเป็นที่พึ่งของตน ตอนที่ ๒
เสียงอ่านโอวาทหลวงพ่อวัดปากน้ำเรื่อง สิ่งที่เป็นเกาะเป็นที่พึ่งของตน ตอนที่ ๑
ต่อแต่นี้จะอรรถาธิบายขยายความในเรื่องภาระหนักของสัตว์โลก หญิง ชาย คฤหัสถ์ บรรพชิต ทุกถ้วนหน้า ขันธ์ทั้ง ๕ เป็นภาระ ภารา หเว ปญฺจกฺขนฺธา รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ของมนุษย์นี้ ที่มนุษย์อาศัยเรียกว่าขันธ์ ๕ นี้แหละ จะเป็นหญิงเป็นชายเป็นเด็กเป็นผู้ใหญ่ ก็ต้องอาศัยขันธ์ ๕ อาศัยรูปอย่างหนึ่ง คือ ร่างกาย อาศัยเวทนา คือความสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ อาศัยสัญญา คือความจำ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพารมณ์ อาศัยสังขาร คือ ความปรารถนาดี ชั่ว ไม่ดีไม่ชั่ว อาศัยวิญญาณ คือความรู้แจ้ง ขันธ์ทั้ง ๕ นี่แหละ เรียกว่าเป็นภาระ เป็นภาระอย่างไร เราต้องพิทักษ์รักษา เอาใจใส่ หยุดก็ไม่ได้ เวลาเช้าตื่นจากที่นอนแล้วเราต้องล้างหน้าบ้วนปากให้มัน ไม่เช่นนั้นมันเหม็น ปวดอุจจาระ ปัสสาวะ ต้องไปถ่าย พอเสร็จแล้วมันจะรับประทานอาหาร ต้องไปหามาให้ ต้องการอะไร เป็นต้องไปเอามาให้ เมื่อไม่เอามาให้ไม่ได้ อยากอะไรก็ต้องไปหามา ไม่ใช่แต่เท่านั้น ไม่ว่าอยากอะไรต้องไปหาให้มัน ถ้าไม่หาให้มันไม่ยอม นี่เป็นภาระอย่างนี้เราต้องทำทุกสิ่งทุกอย่าง ในอัตตภาพร่างกายนี้เป็นภาระทั้งนั้น มันอยากจะเห็นอะไรต้องหาให้มัน ไม่สบายต้องแก้ไขไปอีก ต้องนำภาระไปอย่างนี้ มันบอกว่าที่นี่อยู่ไม่สบาย ต้องหาที่อยู่ให้มัน มันจะอยู่ตรงนั้นตรงนี้ตามเรื่องของมัน ต้องเป็นภาระทุกสิ่งทุกอย่างไป นี่แหละเรียกว่าเป็นภาระอย่างนี้ ยุ่งกับลูกหญิงลูกชาย ซึ่งเป็นภาระของพ่อแม่ ภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ก็เป็นภาระของสมภาร ในบ้านในช่องทั้งครอบครัว เป็นภาระของพ่อบ้านแม่บ้าน ราษฎรทั้งประเทศเป็นภาระของพระเจ้าแผ่นดิน ผู้ปกครองประเทศ ข้าวของแพงเหล่านี้ก็เป็นภาระของผู้ปกครองประเทศ ภาระทั้งหลายเหล่านี้ไม่อัศจรรย์เท่าภาระของขันธ์ ๕ นี้
ความเห็นตรง... เห็นตรงมีอยู่แก่บุคคลใด เห็นตรงน่ะเห็นอย่างไร?เห็นตรงไม่คด เห็นทางไปของพระพุทธเจ้าพระอรหันต์ ว่าทางไปของพระพุทธเจ้าพระอรหันต์นั้น ไม่ใช่ทางอื่น มีทางเดียว คือ "ทางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกาย" เดินไปในกลางทางนั้น🎯 ลำดับการเข้าถึงกายต่าง ๆ: กายมนุษย์ / กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ / กายทิพย์ละเอียด กายรูปพรหม / กายรูปพรหมละเอียด กายอรูปพรหม / กายอรูปพรหมละเอียด กายธรรม / กายธรรมละเอียดในกลางดวงธรรมนั่นแหละ ดำเนินไปทางกลางดวงธรรมนั้น ดำเนินไปในทางดวงธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ เดินไปในทางนั้นเหมือนกันหมด และเข้าถึงกายธรรมละเอียด✨ นี้เรียกว่า "อุชุภูตญฺจ ทสฺสนํ" ความเห็นเป็นธรรมชาติตรงทีเดียว นี่ตรงอย่างลึกลับ ตรงอย่างทางมรรคผลทีเดียวความเห็นตรงในระดับ "โลกประเพณีวิสัย" (การประพฤติสุจริต)ประพฤติไปตามสุจริตกาย สุจริตวาจา สุจริตใจ ทั้งตนและบุคคลผู้อื่นก็ไม่ได้รับความเดือดร้อนเพราะกาย วาจา ใจของตัว🌾 ความเห็นตรงในการเลี้ยงชีพ: ชาวนาทำนาก็ไม่รุกคันไร่คันนากัน ชาวสวนทำสวนก็ไม่รุกคันไร่คันสวนกัน การค้าขายก็ไม่เบียดเบียนกัน ค้าขายโดยซื่อตรง ไม่อิจฉาริษยากัน ปกครองประเทศไม่เบียดแว้งขอบเขตกัน ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอุบายปลอมตัวความเห็นตรงอย่างนี้ก็ใช้ได้ดุจเดียวกัน เพราะใจนั้นวางถูกหลักถูกเป้าหมาย ใจดำเนินตามทางไปของพระพุทธเจ้าพระอรหันต์💎 "อทลิทฺโทติ ตํ อาหุ"นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า บุคคลนั้นเป็นคนมีอริยทรัพย์ เป็นคนไม่ยากจน เป็นคนไม่ขัดสน เป็นคนมีอริยทรัพย์อยู่ภายใน🎧 สามารถรับฟัง Podcast ในอีกช่องทางที่ท่านสะดวกได้ที่: 📺 Youtube Podcast : https://music.youtube.com/channel/UCaPKezL8wGt4EOA7Cj570MA 🟢 Spotify : https://spoti.fi/2wF1zxi 🍎 Apple Podcast : https://apple.co/2UavIP0✨ "ความเห็นตรง คือ ขุมทรัพย์ภายใน" หากชื่นชอบเนื้อหาธรรมะนี้ ฝากกด Follow เพื่อรับฟังข้อคิดดีๆ ในตอนถัดไปนะครับ
หมู่เนื้อ หมู่นก หมู่ปลาเขาก็เลื่อมใสในหมู่เป็นธรรมชาติของสัตว์พวกนั้นหมู่ภิกษุ สามเณรเล่าก็เป็นธรรมชาติของหมู่ภิกษุ สามเณรเหมือนกันทำไมถึงเลื่อมใสในหมู่?เพราะมีธรรมเสมอกัน มีธรรมร่วมกันมีศีล ๒๒๗ ศีล ๑๐ ร่วมกันประพฤติธรรมร่วมกันมีศีลร่วมกัน สมาธิร่วมกัน ปัญญาร่วมกันพวกนี้อยู่ที่ไหนก็รักใคร่กันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน น้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่ขาดตกบกพร่องทำสิ่งใดก็ทำพร้อมๆ กัน เลิกสิ่งใดก็เลิกพร้อมกัน ไม่รังเกียจเดียดฉันท์ซึ่งกันและกันลักษณะเลื่อมใสในหมู่... ธรรมสำคัญหมู่ผู้ประพฤติดีประพฤติชอบ ผู้มีธรรมกาย หมู่มีธรรมกายก็รักใคร่ในกันและกันไม่ทุ่มเถียงกัน พูดก็อนุโลมตามกันอนุมัติกัน ไม่แก่งแย่งกัน พวกที่แก่งแย่งกันเสีย คัดค้านกันเสีย นี่ทำหมู่ให้แตก ทำพวกให้แตก อย่างนี้เรียกว่า "ไม่เลื่อมใสในหมู่" คัดค้านในหมู่ต้องเลื่อมใสในหมู่ ไม่ให้หมู่แตก ไม่ให้หมู่กระเทือนทีเดียว เพราะพร้อมซึ่งกันและกัน"สงฺเฆ ปสาโท"ความเลื่อมใสในหมู่มีอยู่แก่บุคคลใด บุคคลนั้นได้ชื่อว่าเป็นคนไม่ยากจน เป็นคนมั่งมีทีเดียว🎧 สามารถรับฟัง Podcast ในอีกช่องทางที่ท่านสะดวกได้ที่: 📺 Youtube Podcast : https://music.youtube.com/channel/UCaPKezL8wGt4EOA7Cj570MA 🟢 Spotify : https://spoti.fi/2wF1zxi 🍎 Apple Podcast : https://apple.co/2UavIP0🤝 ธรรมะจะยั่งยืนได้ด้วยความสามัคคี หากคุณได้รับประโยชน์จากเนื้อหานี้ ฝากกด Follow เพื่อเป็นกำลังใจให้เราด้วยนะครับ
ความศรัทธาคือความเลื่อมใส แล้วความเลื่อมใสคืออะไร?ความเลื่อมใส คือ ชอบใจ ปีติ ปราโมทย์ ร่าเริง บันเทิงใจปลาบปลื้มตื้นเต็มเอิบอิ่มในใจที่เรียกว่าเลื่อมใส ปลาบปลื้มเอิบอิ่มตื้นเต็มในใจความเลื่อมใส คือ ความผ่องใส เมื่อมีศรัทธากำลังบริจาคทานอยู่ก็มีความเลื่อมใส จัดขึ้นเพิ่มอีก เมื่อนั่งทำความเพียร กำลังนั่งอยู่ เมื่อมีความเลื่อมใสนั่งหนักขึ้นไปอีก นั่นเรียกว่าความเลื่อมใสอานุภาพแห่งความเลื่อมใสความเลื่อมใส ความผ่องใส นัยหนึ่งว่า"เหม แปลว่า เป็นแดนสร้านเอกแห่งรัศมี"ก็ความเลื่อมใสเกิดขึ้นแล้ว ดูสีหน้าสีตาก็รู้ ดูสีหน้ารู้: หน้าดำอยู่กลับมีสีงามขึ้นทีเดียว ขาวๆ ก็ผิวงามขึ้นทีเดียว ผุดผ่องขึ้นทีเดียวนี้เพราะเกิดจากความเลื่อมใส เลื่อมใสนี่แหละทำร่างกายให้สะอาดสะอ้านทำร่างกายให้สละสลวย ให้งดงาม เพราะความเลื่อมใสอันนี้- เลื่อมใสเต็มที่ก็เหาะเหินเดินอากาศไปได้🎧 สามารถรับฟัง Podcast ในอีกช่องทางที่ท่านสะดวกได้ที่: 🔹 Youtube Podcast : https://music.youtube.com/channel/UCaPKezL8wGt4EOA7Cj570MA 🔹 Spotify : https://spoti.fi/2wF1zxi 🔹 Apple Podcast : https://apple.co/2UavIP0🙏 อนุโมทนาในบุญกุศลที่ท่านได้รับจากการรับฟัง หากชื่นชอบเนื้อหาธรรมะชุดนี้ อย่าลืมกด Follow และแบ่งปันเพื่อเป็นธรรมทานนะครับ
ศีลเขาแปลว่าปรกติปรกติกาย ปรกติวาจา ปรกติใจใจเป็นอัพโพหาริกศีล ด้วยปรกติกาย ปรกติวาจา ปรกติใจปรกติน่ะเป็นอย่างไร?ใจหยุดอยู่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ถูกเป้าหมายใจดำร่องรอยของพระพุทธเจ้าพระอรหันต์เมื่อใจหยุดแล้ว...วาจา ก็อยู่ในกรอบของศีลกาย ก็อยู่ในกรอบของศีลใจ ก็อยู่ในกรอบของศีลไม่ละเมิดศีลไปได้ เพราะ "ใจหยุดเสียแล้วแน่นอนทีเดียว" ไม่คลาดเคลื่อน ไม่ฟั่นเฟือนทีเดียว แน่นอนทีเดียวกัลยาณศีล / อริยกันตศีล / ปสังสิตศีลเมื่อแน่นอนเช่นนั้นละก็ นั่นแหละ เป็น...กัลยาณศีล (เป็นตอนต้น)อริยกันตศีล * ปสังสิตศีล ศีลโดยตรงทีเดียวนี้แหละ พระอริยเจ้าใคร่ พระอริยเจ้าชอบใจ พระอริยเจ้าสรรเสริญทีเดียว เป็นอย่างนี้แม้จะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดด้วยกายจะพูดสิ่งหนึ่งสิ่งใดด้วยวาจาจะคิดสิ่งหนึ่งสิ่งใดด้วยใจ"ก็ไม่มีละเมิดศีล อยู่ในกรอบศีลนั่นเอง" ไม่เคลื่อนจากศีลไปได้ จึงจัดได้ชื่อว่าเป็นกัลยาณศีล อริยกันตศีล ปสังสิตศีล ศีลอย่างนี้เป็นศีลสามัญ🎧 สามารถรับฟัง Podcast ในอีกช่องทางที่ท่านสะดวกได้ที่:📺 Youtube Podcast : https://music.youtube.com/channel/UCaPKezL8wGt4EOA7Cj570MA🟢 Spotify : https://spoti.fi/2wF1zxi🍎 Apple Podcast : https://apple.co/2UavIP0
ธรรม ๕ ประการนี้เรียกว่า ธรรมที่ทำให้สัตว์เนิ่นช้า"ปปญฺจาภิรตา ปชา" หมู่สัตว์เนิ่นนานในรูปภพ อรูปภพ ไม่จบไม่แล้วไปจดอยู่ที่รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสในปัจจุบันเล่าเป็นอย่างไร?ได้ยินเสียงในปัจจุบัน ที่ตั้งอยู่จดอยู่ ไปเสียแล้ว เสียงไปแล้วกำลังนั่งอยู่ไปเห็นรูปเข้า เอ้าไปเสียแล้วไปสูดดมกลิ่นเข้า ไปเสียแล้วได้ลิ้มรสเข้า เอ้าไปเสียแล้วถูกประทุษร้ายด้วยสัมผัสเช่น เหลือบ ยุง ริ้น บุ้ง ร่าน ก็ไปเสียอีกแล้ว ไม่อยู่ที่อย่างนี้ เรียกว่าลอกแลกในปัจจุบันลอกแลกในอดีตเป็นอย่างไรล่ะ?นึกถึงรูปที่ล่วงไปแล้ว เสียงที่ล่วงไปแล้ว กลิ่นที่ล่วงไปแล้ว รสที่ล่วงไปแล้ว สัมผัสที่ล่วงไปแล้วรูปที่ล่วงไปแล้วน่ะเป็นอย่างไร?ตึกร้านบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา เรือแพ นาวา ต้นไม้ต้นไร่ ของที่ตนเห็นด้วยตาของตน เป็นของๆ ตนอยู่เป็นอันตรายไปเสีย ก็นึกถึงอ้ายเรื่องนั้นยังไม่หายนั่นแหละนึกถึงอดีตละ รูปเป็นอย่างนั้น เสียงเป็นอย่างนั้น กลิ่นก็เป็นอย่างนั้น รสก็เป็นอย่างนั้น สัมผัสก็เป็นอย่างนั้น ลอกแลกไปเสียในอดีตอีกแล้วลอกแลกในอนาคตออกไปข้างหน้าจะได้รูปอย่างนั้น จะได้เสียงอย่างนั้น จะได้กลิ่นอย่างนั้น จะได้รสอย่างนั้น จะได้สัมผัสอย่างนั้นนึกไปข้างหน้าอีก และวันพรุ่งนี้ออกไป นั่นเป็นข้างหน้าอนาคต จิตมันลอกแลกในธรรม ๕ ประการนี้รับฟัง Podcast ในอีกช่องทางที่ท่านสะดวก:📺 Youtube Podcast : https://music.youtube.com/channel/UCaPKezL8wGt4EOA7Cj570MA🎧 Spotify : https://spoti.fi/2wF1zxi🍎 Apple Podcast : https://apple.co/2UavIP0
นับถือพระพุทธศาสนาต้องตั้งมั่นอยู่ในศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกายถ้าว่าไม่ได้ธรรมกายละ ก็เข้าถึงธรรมกายให้ได้ จะต้องเอาใจไปตั้งอยู่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกายถ้าว่าไม่ได้ธรรมกายละ ก็เข้าถึงธรรมกายให้ได้ จะต้องเอาใจไปตั้งอยู่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกายให้ได้บัดนี้ วัดปากน้ำมี ๑๕๐ กว่าคน ใจหยุดอยู่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกายได้ ๑๕๐ กว่าที่เข้าไม่ถึงก็เพราะประมาทเลินเล่อ เผลอตัว ทำไม่จริง เข้าไม่จริง จดไม่จริง ตั้งไม่จริง ลอกแลก เช่นนี้โกงตัวเองเมื่อโกงตัวเองเสียแล้วเข้าถึงธรรมกายไม่ได้ทำไมโกงตัวเองเล่า มันขี้เกียจทำ ทำเข้าเมื่อยขบเล็กๆ น้อยๆ ขี้เกียจเสียแล้ว หยุดเสียแล้ว ไม่ทำแล้วทำก็เห็นลางๆ ไรๆ เอ้าปล่อยเสียแล้ว ไม่ทำเสียแล้ว ไปไถลท่าอื่นเสียแล้ว ใจไปจดที่อื่นเสียแล้วไปจดอะไรเล่า รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสช่องทางการรับฟังเพิ่มเติม:🔹 Youtube Podcast : https://music.youtube.com/channel/UCaPKezL8wGt4EOA7Cj570MA🔹 Spotify : https://spoti.fi/2wF1zxi🔹 Apple Podcast : https://apple.co/2UavIP0
ณ บัดนี้ อาตมภาพจักได้แสดงธรรมิกถาแก้ด้วยอริยธนคาถา วาจาเครื่องกล่าวถึงทรัพย์อันประเสริฐ พระคาถานี้ การย่อย่นเนื้อความแห่งธรรมเทศนาของพระรัตนตรัยยกไว้ในที่นี้ จะชี้แจงแสดงตามวาระพระบาลีคลี่ความเป็นสยามภาษาตามมตยาธิบาย พอเป็นเครื่องปฏิการ ประคับ ประคอง สนองศรัทธา ประดับสติปัญญา ซึ่งคุณสมบัติของท่านผู้คฤหัสถ์ทั้งบรรพชิต บรรดามาสโมสรในสถานที่นี้ทุกถ้วนหน้าเริ่มต้นตามวาระพระบาลีด้วยยสฺส สทฺธา ตถาคเตอจลา สุปติฏฺฐิตาความเชื่อของบุคคลใดไม่กลับกลอกตั้งมั่นดีแล้วในพระตถาคตเจ้าคือ ธรรมกายสีลญฺจ ยสฺส กลฺยานํ อริยกนฺตํ ปสํสิตํศีลอันดีงามของบุคคลใด อันพระตถาคตเจ้าใคร่สรรเสริญแล้วสงฺเฆ ปสาโท ยสฺสตฺถิ ความเชื่อของบุคคลใด ความเชื่อในพระสงฆ์มีอยู่แก่บุคคลใดอุชุภูตญฺจ ทสฺสนํ ความเห็นตรงมีอยู่แก่บุคคลใดอทลิทฺโทติ ตํ อาหุ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า บุคคลใดไม่ใช่คนจน เป็นคนมั่งมีอโมฆนฺตสฺส ชีวิตํ ความเป็นอยู่ของบุคคลนั้นไม่เปล่าปราศจากประโยชน์ตสฺมา สทฺธญฺจ สีลญฺจ ปสาทํ ธมฺมทสฺสนํอนุยุญฺเชถ เมธาวี สรํ พุทฺธาน สาสนนฺติเพราะเหตุนั้น เมื่อบุคคลมาระลึกถึงคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าทั้งหลายแล้ว ควรประกอบตามความเชื่อในธรรมกาย คือ พระตถาคตเจ้า ควรประกอบตามศีล ควรประกอบตามกัลยาณศีล อริยกันตศีล ควรประกอบตามความเลื่อมใสในพระสงฆ์ ควรประกอบตามความเห็นตรงไว้เนืองๆ ด้วยประการดังนี้นี่เนื้อความของพระบาลี คลี่ความเป็นสยามภาษาได้ความเท่านี้ ต่อแต่นี้จะอรรถาธิบายขยายความ เป็นลำดับไปสามารถรับฟัง Podcast ในอีกช่องทางที่ท่านสะดวกได้ที่Youtube Podcast : https://music.youtube.com/channel/UCaPKezL8wGt4EOA7Cj570MASpotify : https://spoti.fi/2wF1zxiApple Podcast : https://apple.co/2UavIP0
พุทธานุภาพก็ดี ธรรมานุภาพก็ดี สังฆานุภาพก็ดี ที่จะมาปรากฏขึ้นได้ ก็เพราะอาศัยทานนั่นเอง เหมือนพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า กว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าขึ้น กว่าจะมีอานุภาพเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นได้ทว่าไม่ฉันข้าวของนางสุชาดา ๔๙ ก้อนนั้น ก็ไม่ได้พุทธานุภาพเสียแล้ว แตกสลายเสียแล้ว นั้นก็เพราะอาศัยข้าวมธุปายาส ๔๙ ก้อน ฉันแล้วได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า นั่นแน่ ด้วยอำนาจทานของทายก ใหญ่โตเห็นไหมล่ะทานนั่นแหละ เป็นตัวสำคัญทีเดียว
loading
Comments (1)

Somtoon

สาธุครับ

Dec 13th
Reply