Discoverคำสอนพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ
คำสอนพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ
Claim Ownership

คำสอนพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ

Author: 072

Subscribed: 79Played: 405
Share

Description

หนังสือเสียง ธรรมะ พระธรรมเทศนา หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) วิชชาธรรมกาย
650 Episodes
Reverse
จากโอวาทพระมงคลเทพมุนี เรื่องพระของขวัญ
พระมงคลเทพมุนี อธิบายทางเดินของใจ จัดทำโดย กองพุทธศิลป์
อติมานะ อนติมานี ไม่มีอติมานะ เย่อหยิ่งจองหองไม่มี ไม่มีเย่อหยิ่งจองหองจริงๆ ทีเดียว  ลูกหญิงลูกชายบางคนเย่อหยิ่งจองหอง  ต่อพ่อแม่  กระทบกระทั่งเข้าเล็กน้อยเราก็ใช้จมูกฟิด หมิ่นพ่อแม่เสียแล้ว  เอาแล้ว  นี่ร้ายกาจถึงขนาดนี้  นี่มันหยิ่งจองหองอย่างนี้ ภิกษุสามเณรก็ดุจเดียวกัน  ถ้าว่ากระทบกระทั่งเข้าเล็กๆน้อยๆ ละก็ เอาละไปละ สึกขาลาเพศไปเสียบ้าง ไปเสียที่ไหนไหนบ้าง นี่เอาเข้าแล้ว ถูกเข้าเล็กๆ น้อยๆ ละก็หัวดื้อกระด้าง ครูบาอาจารย์เกลียดนัก พ่อแม่ก็เกลียดนัก ถ้าเป็นผู้ไม่หยิ่งจองหอง  เมื่อไม่หยิ่งจองหองอย่างนี้แล้วเป็นที่สบายใจ  อยู่กับพ่อแม่เป็นที่สบายใจ  ครูบาอาจารย์  ภิกษุสามเณร อุบาสก  อุบาสิกา  ในพระพุทธศาสนาเป็นผู้ไม่หยิ่งจองหองแล้วเป็นที่สบายใจ  พระพุทธศาสนาชอบใจนัก  ชอบอาจหาญ  ชอบตักเตือน  ไม่มีอติมานะ ถ้ามีอติมานะเย่อหยิ่งจองหอง  เป็นเช่นนั้นเราก็เป็นที่ไม่สบายใจ นี่เป็นคนฝ่ายเลว  ฝ่ายดีก็ไม่หยิ่งจองหองเท่านั้น ไม่มีอติมานะทีเดียว จากพระธรรมเทศนาเรื่อง "กรณียเมตตสูตร" ๒๕ พฤษภาคม ๒๔๙๗
อานิสงส์การบวช อานิสงส์ผลของเจ้าตนผู้บวชของมารดาบิดาของผู้อุปถัมภ์ให้บวชมากมายนัก ท่านกล่าวว่า มารดาลูกของตัวบวช มารดาบิดาลูกของตัวบวชในพระธรรมวินัยของพระศาสดา เป็นเจ้าภาพให้ลูกของตัวบวชเป็นเณรในพระธรรมวินัยพระศาสดาได้อานิสงส์ ๘ กัลป์ การให้บวชเป็นพระภิกษุได้อานิสงส์ ๑๖ กัลป์  ๘ กับ ๑๖  ประสมกันเข้าเป็น ๒๔ กัลป์ เหมือนพระที่บวชใหม่นี้เจ้าภาพก็ได้ฝ่ายมารดาก็ได้อานิสงส์ ๒๔ กัลป์ กัลป์หนึ่งเท่าไหร่ล่ะ ได้เสวยสุขนะ ไม่รู้จักได้นานเท่าไร เอากัลป์รวมกัน กันน่ะ ภูเขากว้างโยชน์ สูงยอดหนึ่ง ๑๐๐ ปีเทวดาผู้วิเศษเอาผ้าเทพเนื้อละเอียดมาปัดลงไปที่ยอดนั้นครั้งหนึ่ง ก็หยุดไปพอครบ ๑๐๐ ปีแล้วมาปัดครั้งหนึ่ง เพียรปัดไปดังนี้แหละ ภูเขานั่นสึกด้วยผ้าเทวดาปัดนั่นแหละ สึกลงมาเรียบร้อยลงมาถึงพื้นดินตามเดิมไม่รู้ว่าภูเขาอยู่ที่ไหน เป็นพื้นดินไปแล้ว เรียบลงมาถึงขนาดนั้น นั่นเรียกว่าได้กัลป์หนึ่ง  ได้กัลป์หนึ่ง  โอ..มันเหลือลึกอย่างนี้ อีกนัยหนึ่ง สระกว้างโยชน์ ลึกโยชน์หนึ่ง  สี่เหลี่ยมจัตุรัส  ๑๐๐ ปีมีเทพเจ้าผู้วิเศษเอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดมาทิ้งลงเมล็ดหนึ่ง  เทวดาผู้วิเศษก็ไม่ตายเหมือนกัน  ๑๐๐ ปีก็เอามาทิ้งไว้เมล็ดหนึ่ง ๑๐๐ ปีก็เอามาทิ้งไว้เมล็ดหนึ่ง จนกระทั่งเมล็ดพันธุ์ผักกาดนั้นแหละเต็มสระที่ลึกโยชน์ กว้างโยชน์นั่นนะ สี่เหลี่ยมจัตุรัสนั่นแหละ นี่มันเท่าไรกันล่ะนับกันไม่ไหว ต้องตวงกันด้วยกัลป์อย่างนี้ นี่บุญกุศลน่ะมันมากมายขนาดนี้ จากพระธรรมเทศนาเรื่อง "รัตนสูตร" ๒๓ พฤษภาคม ๒๔๙๗
เด็กเล่นขายของ ธรรมอันนี้เป็นของลึกซึ้ง  ถ้าว่าผู้ใดไปถึงเข้าแล้วผู้นั้นก็จะรู้สึกน่ะไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย พุทโธ่เอ๋ย...เราเกิดมาตั้งแต่เล็กจนโต  เป็นหนุ่มเป็นสาวครองเหย้าครองเรือน เหมือนเด็กจริงๆ  เด็กๆ เล่นขายของกันแท้ๆ เดี๋ยวก็ตี  เดี๋ยวก็ทะเลาะกัน เพราะอ้ายนั่นไม่พอ อ้ายนี่ไม่พอ   หึงหวงกันต่างๆ นานาเหมือนเด็กๆ เล็กๆ แท้ ถ้าไปถึงพระเข้าแล้ว  ก็ไอ้นี่มันไม่ใช่เรื่องอย่างนี้หรือนี่  นี่แกก็ไปเห็นอย่างนั้นเขาเหมือนกัน แกจึงทิ้งบ้านทิ้งช่อง แม้ใครจะมายอมเป็นภรรยาแกก็ไม่ยอมอีกนะแหละ   แกกลัวจะเล่นเรื่องเด็กกันอีก  แกกลัว แกรีบมาเสีย แกกลัวจะไปเล่นเรื่องเด็กกันอีก  ยุ่งๆ เหยิงๆ กันต่างๆนานา ที่รบกันไปรบกันมานั้นมันก็เรื่องเด็กๆนะไม่ใช่เรื่องผู้ใหญ่ ถ้าเรื่องผู้ใหญ่ไม่รบกันดอก  ดูแต่ผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่นั่นสิ  อยู่ด้วยกันไปไปก็ไม่เป็นไร  โอบอ้อมอารีซึ่งกันและกัน ไม่ค่อยจะเป็นอันตรายนัก  แต่ว่าต่างคนต่างก็เป็นผู้ใหญ่  เป็นเด็กๆไม่รู้เดียงสา  พูดกันไม่รู้เรื่อง  ฟังกันไม่รู้เรื่อง  กลับเป็นเด็กๆ อีก เพราะเหตุนี้ความเป็นพระพุทธเจ้าเป็นของได้ยาก  เป็นผู้ใหญ่จริงๆ นะจึงจะเป็นพระพุทธเจ้าได้ ถ้าเป็นเด็กๆ เป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ ยังทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ สมัยเมื่อยังเป็นเด็กๆ พระพุทธเจ้าไม่มีทะเลาะกันกับใคร ใจดีนักทีเดียว ไม่ข้องแวะกับใคร จากพระธรรมเทศนาเรื่อง "รัตนสูตร" ๒๓ พฤษภาคม ๒๔๙๗
อารมณ์

อารมณ์

2019-10-1003:56

อารมณ์ นี่ตั้งแต่กายธรรม-กายธรรมละเอียด  กายโสดา-โสดาละเอียด  กายธรรมสกทาคา-สกทาคาละเอียด  กายธรรมอรหัต-อรหัตละเอียด ๑๐ กายนี่ไปนิพพานได้ทั้งนั้น แต่ว่าไม่มีนิพพานเป็นอารมณ์เหมือนพระอรหัตพระอรหัต พระอนาคามีมีนิพพานเป็นอารมณ์ ไม่มีอารมณ์อื่นละ สัตว์โลกในโลกนี้มีกามคุณเป็นอารมณ์ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เป็นที่ชอบใจเป็นอารมณ์หมดทั้งสากลโลก ผู้หญิงก็แบบนั้นแหละ ผู้ชายก็แบบนั้นมีอารมณ์เพราะมีกามภพ จะไม่ให้คิดเรื่องอื่น รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เท่านั้นเป็นอารมณ์ของมันเชียว ไม่คิดเรื่องอื่นๆ นั่นเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เท่านั้น เมื่อกามภพมีอารมณ์ เช่นนี้ มนุษย์ชั้นหนึ่ง  สวรรค์ ๖ ชั้นมีอารมณ์เดียวกัน เมื่อถึงกายรูปพรหม อีก  ๑๖ ชั้น พวกรูปพรหม ๑๖ ฉันนั้นมี   ปฐมฌานเป็นอารมณ์ ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน เป็นอารมณ์ ใจจดใจจ่ออยู่ฌานนั่นแหละ ไม่ไป จ่อจดที่อื่นละ สวรรค์ ๖ ชั้น มนุษย์ชั้นหนึ่ง ไม่จดจ่อที่อื่น จดจ่ออยู่ที่กามทั้งนั้น รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ใจจดอยู่นั่น ถอดไม่ออกติดแน่นเชียว ส่วนรูปพรหมนั่นติดอยู่ที่ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน ติดแบบเดียวกันติดยิ่งกว่าติดในกามอีกแน่นหนาทีเดียว ส่วนกายอรูปพรหม  ๔ ชั้นเล่า ใจจ่ออยู่ที่เอารูปฌาน   อากาสานัญจายตนะ วิญญานัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ติดอยู่นั่นถอนไม่ออก นี่สุดภพทั้งหมด จากพระธรรมเทศนาเรื่อง "รัตนสูตร"
เสียงอ่านโอวาทหลวงพ่อวัดปากน้ำเรื่อง สิ่งที่เป็นเกาะเป็นที่พึ่งของตน
เสียงอ่านโอวาทหลวงพ่อวัดปากน้ำเรื่อง สิ่งที่เป็นเกาะเป็นที่พึ่งของตน ตอนที่ ๔
เสียงอ่านโอวาทหลวงพ่อวัดปากน้ำเรื่อง สิ่งที่เป็นเกาะเป็นที่พึ่งของตน ตอนที่ ๓
เสียงอ่านโอวาทหลวงพ่อวัดปากน้ำเรื่อง สิ่งที่เป็นเกาะเป็นที่พึ่งของตน ตอนที่ ๒
เสียงอ่านโอวาทหลวงพ่อวัดปากน้ำเรื่อง สิ่งที่เป็นเกาะเป็นที่พึ่งของตน ตอนที่ ๑
พุทธานุภาพก็ดี ธรรมานุภาพก็ดี สังฆานุภาพก็ดี ที่จะมาปรากฏขึ้นได้ ก็เพราะอาศัยทานนั่นเอง เหมือนพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า กว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าขึ้น กว่าจะมีอานุภาพเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นได้ทว่าไม่ฉันข้าวของนางสุชาดา ๔๙ ก้อนนั้น ก็ไม่ได้พุทธานุภาพเสียแล้ว แตกสลายเสียแล้ว นั้นก็เพราะอาศัยข้าวมธุปายาส ๔๙ ก้อน ฉันแล้วได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า นั่นแน่ ด้วยอำนาจทานของทายก ใหญ่โตเห็นไหมล่ะทานนั่นแหละ เป็นตัวสำคัญทีเดียว
ถ้าว่ามีธรรมกาย ง่ายเต็มที ทำบุญเท่าไรได้หมด เพราะเหตุว่า ธรรมกายนำไปบอกว่าให้อนุโมทนา ก็ได้สำเร็จสมความปรารถนาแม้จะไปตกนรก ธรรมกายนำส่วนกุศลที่ญาติอุทิศส่งไปให้ไปถึงนรก ก็ได้รับส่วนกุศลสมมาดปรารถนา พ้นจากนรกทีเดียวถ้าว่าเป็นเทวดาบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ได้ส่งขึ้นไปถ้าได้เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นมนุษย์ได้ ไปให้แก่กายละเอียดถ้ากายมนุษย์ไม่รู้เรื่อง ให้กายมนุษย์ละเอียดที่ฝันออกไปกายทิพย์ กายทิพย์ละเอียดได้ แต่ว่ากายมนุษย์ไม่รู้เรื่องการให้ส่วนบุญไม่ใช่ของง่าย
การที่จะได้รับทานของท่านทายกอุบาสกอุบาสิกาที่ให้แก่ มนุษย์โลกนี้น่ะ ไม่ได้เป็นของง่าย เป็นของยากอยู่ ที่ท่านอุทิศให้จริง ไหลไปจริงมนุษย์ที่ตายไปจากมนุษย์เสียแล้ว ไปตกนรกเสียได้รับทุกขเวทนา ไม่มีโอกาสที่จะมารับส่วนบุญได้ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานเสีย มีอาหารหยาบชนิดหนึ่ง ไม่อาจจะมารับส่วนบุญได้ไปเกิดเป็นมนุษย์ก็ดี หรือสัตว์ต่างๆ ไม่มีโอกาสที่จะมารับส่วนบุญได้หรือไปเกิดเป็นเทวดาเสีย พอจะมาได้ แต่ก็ไม่มีโอกาสที่ญาติอุทิศให้ ไม่มีใครไปบอกให้ เมื่อไม่รู้ส่วนบุญอันนี้ ก็ไม่ได้รับเหมือนกันเว้นไว้แต่ปรทัตตูปชีวิเปรต เปรตนอกนี้ทุกขเวทนาหนัก ไม่ได้มารับส่วนบุญ พวกที่ได้รับส่วนบุญก็ได้แก่ ปรทัตตูปชีวิเปรต นั่นมาแสวงหาส่วนบุญที่ญาติอุทิศส่งให้เหมือนภิกษุสามเณรไปแสวงหาอาหารบิณฑบาตตามปากตรอกบ้าน โน้น หรือบ้านร้านตลาดทั้งหลาย เมื่อเขามีศรัทธา เขาก็นำเอาอาหารมาถวาย ภิกษุก็ได้รับอาหารบิณฑบาตเมื่อเขานำเอาอาหารบิณฑบาตนั้น คนขอทานก็ดี คนแก่ก็ดี คนเฒ่า คนสาว คนหนุ่มก็ดี เดินออกถัดกันไป แต่ว่าไม่ได้รับบิณฑบาต ไม่ใช่หน้าที่ของตัวจะไปวุ่นไปรับบาตร เขาใส่เฉพาะภิกษุสามเณรภิกษุสามเณรเห็นเขานำบิณฑบาตมา ก็พอเหมาะกับตัวที่แสวงหาอาหารบิณฑบาต เขาก็นำเอาอาหารบิณฑบาตมา ก็รับอาหารบิณฑบาตนั้นมาฉันสมความปรารถนา ฉันใดก็ดีปรทัตตูปชีวิเปรต เป็นอยู่อย่างนั้นเพราะจน เป็นอยู่ด้วย อาศัยบุคคลผู้อื่นเขาให้ ถ้าเขาอุทิศส่วนบุญให้ เขาไม่ได้ขีดคั่น ให้ทั่วไป ตนก็มารับได้อย่างภิกษุสามเณรรับอาหารบิณฑบาตอย่างนั้นแหละ แต่ว่าไม่ใช่ว่าภิกษุสามเณรจะมารับบิณฑบาตไม่ได้ และเหมือนกันอย่างพวกเปรตนั้นจะเป็นสัตว์เดรัจฉาน หรือมนุษย์ หรือเทวดา หรือรูปพรหม อรูปพรหมใดๆ ก็ไม่ใช่หน้าที่โอกาสที่จะไปกระทำเช่นนั้นก็แม้อาหารนั้นใครก็ชอบ ใครก็ปรารถนา ก็ให้ทั่วไป เทพยดาก็ได้เหมือนกัน ให้อนุโมทนาก็ได้เหมือนกัน ถ้าแม้ว่าไม่ได้อนุโมทนาส่วนกุศลนั้นก็ไม่ได้ ได้แต่พวกเปรต ปรทัตตูปชีวิเปรต เท่านั้นเรื่องนี้ปรากฏยืนยันในครั้งพุทธกาล ญาติของพระเจ้าพิมพิสารได้รับทานอันนี้แหละ ได้รับส่วนบุญอันนี้แหละ ได้เสวยความสุขสมมาดปรารถนา ญาติของพระเจ้าพิมพิสารที่ทำบุญกุศล ส่งอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ไปสู่ปรโลกเบื้องหน้า ได้รับส่วนบุญจากญาติอย่างนี้ไม่ใช่ของง่าย
ห้วงแห่งน้ำที่เต็มย่อมยังสมุทรสาครให้สมบูรณ์ได้ ห้วงน้ำเต็มเหมือนกับน้ำหน้าเดือน ๑๐ ในประเทศไทยนี้ เดือน ๑๑ ในประเทศไทยนี้ เดือน ๑๒ น้ำเต็มหมด เต็มทุ่งเต็มท่าเต็มบ้านเต็มช่องเต็มประเทศไปเต็มแล้วไปทางไหน ไหลลงไปในเบื้องต่ำ ไหลลงไปเป็นแม่น้ำน้อยใหญ่ ลงไปจนกระทั่งถึงมหาสมุทร เมื่อถึงมหาสมุทรแล้วเบื้องบนก็แห้งลงไป นั่นฉันใดก็ดี น้ำที่จะไหลขึ้นไปที่ดอนๆ ไม่มี ไหลลงไปสู่ข้างล่างทั้งนั้น ไหลไปสู่ท่ามกลางมหาสมุทรทั้งสิ้น ไม่เหลือเลยแต่หยาดหยดหนึ่งนั้นฉันใดทานที่ท่านทั้งหลายได้ให้อุทิศ ให้แล้วแก่ท่านผู้ไปสู่ปรโลก ได้บริจาคไว้กับภิกษุ สามเณร ให้กับพระภิกษุสามเณร ทานที่ให้ที่บริจาคกับพระภิกษุสามเณรแล้วก็อุทิศผลไปให้แก่เปรตชนที่ละโลก นี้แล้ว ไปสู่ปรโลกเบื้องหน้า ประสงค์จะให้ผลทานอันนั้นไปถึงแก่ผู้ละโลกนี้แล้ว ไปสู่ปรโลกเบื้องหน้า
นี่เป็นหน้าที่ของผู้ให้พร ภิกษุสามเณรให้พร อุบาสกอุบาสิกา เมื่อไม่ได้คิดไปตามดังนี้ คิดเรื่องอะไรและต่อมิอะไร ไม่ได้ ตั้งอกตั้งใจตามแนวนี้ พระภิกษุสามเณรมีการเรียนคันถธุระก็ดี วิปัสสนาธุระก็ดี ได้บรรลุถึงขีดหน้าที่ไล่ตามชั้นของรัฐบาลได้ หรือได้เรียนสมถวิปัสสนา ได้ตามกำหนดขอครูบาอาจารย์สั่งสอนถ้าตั้งใจให้ตรงต่อพร อันนี้แล้ว พร อันนี้ก็จะสำเร็จต่อผู้บริจาคทานได้หาน้อยไม่ ให้ตั้งใจอย่างใด ให้ตั้งใจว่าตัวมีความงามอย่างไร ในทางคันถ-ธุระก็ดี วิปัสสนาธุระก็ดี ความดีงามอันนั้นเป็นตัวยืน ด้วยอำนาจความดีความบริสุทธิ์ของตนนั้น ขออำนาจพระพุทธเจ้าดังท่านวางตำราให้พรไว้
อายุํ เทติ ชื่อว่าให้อายุประการหนึ่งวณฺณํ เทติ ชื่อว่าให้วรรณะประการหนึ่งสุขํ เทติ ชื่อว่าให้สุขประการหนึ่งพลํ เทติ ชื่อว่าให้พลังประการหนึ่งปฏิภาณํ เทติ ชื่อว่าให้ปฏิภาณประการหนึ่งอายุ โข ทตฺวา อายุสฺสภาคี โหติผู้ให้อายุย่อมมีอายุเป็นส่วนสองผู้ให้วรรณะย่อมมีวรรณะเป็นส่วนสองผู้ให้ความสุขย่อมมีความสุขเป็นส่วนสองผู้ให้กำลังย่อมมีกำลังเป็นส่วนสองผู้ให้ปฏิภาณความเฉลียวฉลาด ย่อมมีความเฉลียวฉลาดเป็นส่วนสองโภชนํ ภิกฺขเว ททมาโน ทายโก ปฏิคฺคกหกานํ ปญฺจ ฐานานิ เทติทายกผู้ให้โภชนาหาร ชื่อว่าให้ฐานะ ๕ ประการแก่ปฏิคาหกด้วยประการนี้ นี่ให้ฐานะ ๕ ประการแก่ปฏิคาหกภิกษุ สามเณรได้บริโภคอาหารอิ่มแล้ว มีอายุยืนได้ ๗ วัน และร่างกายไม่ซูบซีดเศร้าหมอง ผ่องใส อิ่มแล้วร่างกายสดชื่นผ่องใสขึ้นนี้ได้ชื่อว่าเจ้าของทานให้อายุ ให้วรรณะเมื่อร่างกายสดชื่นแล้วก็เป็นสุข ได้ชื่อว่าเจ้าของทานให้ความสุขสุขแล้วมีกำลัง ได้ชื่อว่าเจ้าของทานให้กำลังเมื่อมีกำลังแล้วมีปัญญา ได้ชื่อว่าเจ้าของทานให้ปัญญานี้ให้อายุ ให้วรรณะ ให้ความสุข ให้กำลัง ให้ปฏิภาณนี้เจ้าของทานให้ เมื่อเจ้าของทานให้ภิกษุสามเณรได้อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ เมื่อภิกษุสามเณรได้เช่นนี้ ฝ่ายเจ้าของทานมีสุขตอบ ก็ได้อายุ วรรณะ สุขะพละ ปฏิภาณนั้นในชาตินี้เป็นเหตุให้อายุยืนให้มีผิวพรรณผุดผ่องให้มีความสุขให้มีกำลังให้มีความเฉลียวฉลาดเพราะการให้นั้นส่งผลให้ถ้าต่อไป ได้อายุ ไม่ตายในปฐมวัย ถ้วนอายุขัยจึงตายผิวพรรณนั้นตั้งแต่เกิดมาแล้ว จนตลอดแตกทำลาย ไม่มีเศร้าหมองขุ่นมัว ผ่องใสความสุข ก็สบายกาย สบายใจ ในอิริยาบถทั้งสี่ ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตายและกำลังนั้น ก็ไม่ขาดตกบกพร่อง ตั้งแต่เกิดจนถึงตายเหมือนกันความเฉลียวฉลาดนั้น ก็ไม่ขาดตกบกพร่อง ตั้งแต่เกิดจนถึงตายเหมือนกัน เพราะตัวได้สั่งสมอบรมของตนไว้
โลกจะอยู่ร่มเย็นเป็นสุขได้ก็เพราะอาศัยทาน การให้ถ้าปราศจากทานการให้แล้วโลกก็เดือนร้อน ภิกษุสามเณรเดือดร้อนทีเดียว เพราะทานแปลว่าให้ความสุขซึ่งกันและกันลักษณะการให้ความสุขซึ่งกันและกันน่ะ จำเดิมแต่มารดาบิดาให้ความสุขแก่บุตรและธิดา บุตรและธิดาเจริญวัยวัฒนาเป็นลำดับไปเมื่อมารดาบิดาแก่ชราทุพพลภาพเกินไป บุตรและธิดาก็ต้องให้อาหารและรางวัลแก่มารดา บิดาเหมือนกัน มารดาบิดาให้แก่บุตรและธิดาไว้แล้ว บุตรธิดาเป็นหนี้บิดามารดา ติดอยู่มากนัก เมื่อมารดาบิดาแก่เฒ่าทุพพลภาพเต็มที่ บุตรและธิดาต้องใช้หนี้ ต้องให้มารดาบิดาตอบบ้างการให้กันเช่นนี้แหละโลกถือกันเป็นประเพณีสืบกันมาได้ส่วนการครอบครองเหย้าเรือนเคหา ก็ต้องให้ซึ่งกันและกัน ภิกษุสามเณรออกจากการครอบครองเหย้าเรือนเคหา ตัดกิจกังวล การที่จะประกอบการเลี้ยงชีพอย่างฆราวาสนั้นน่ะหามีไม่ประกอบการเลี้ยงชีพอย่างเพศสมณะ มีบิณฑบาตเลี้ยงชีพอุบาสกอุบาสิกา ผู้อยู่ครอบครองเหย้าเรือนเคหา ก็ต้องสงเคราะห์ภิกษุสามเณร ให้อาหาร และรางวัล ตามที่จะสงเคราะห์ได้ เหตุนั้น การให้ซึ่งกันและกันดังนี้เป็นประเพณีสืบมา
เพราะว่าเราท่านทั้งหลายหญิงชายทุกถ้วนหน้าเกิดมาเป็นมนุษย์พบพุทธศาสนา ก็มีการบริจาคทานกันอยู่เป็นธรรมดา เพราะทานนี้เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงพุทธศาสนาไว้ถ้าปราศจากทานการให้แล้ว ศาสนาก็ไม่มีเครื่องหล่อเลี้ยง ทรงอยู่ไม่ได้ ต้องแตกสลายไป ดับไป หายไป ทานนี่แหละหล่อเลี้ยงพุทธศาสนาไว้ ภิกษุ, สามเณร, อุบาสก, อุบาสิกา ในพุทธศาสนาดำรงอยู่ได้เพราะอาศัยทานการให้ภิกษุสามเณรไม่ได้ทำไร่ทำนา ซื้อขายแลกเปลี่ยนอย่างหนึ่งอย่างใด เพราะเป็นเพศที่ออกจากคนผู้ครอบครองเหย้าเรือนเป็นนักบวช เป็นผู้ปล่อยธุระการงานจนหมด ประพฤติปฏิบัติตามธรรมวินัยของพระศาสดา อาศัยอุบาสกอุบาสิกาพิทักษ์รักษา เลี้ยงดูพระภิกษุสามเณรให้ดำรงพระพุทธศาสนาไว้เหตุนี้ การหล่อเลี้ยงภิกษุ สามเณรให้ดำรงในพระพุทธศาสนาไว้ได้เช่นนี้ ได้ชื่อว่า อุบาสก อุบาสิกานั่นเองเป็นผู้ช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาได้บริจาคทานเป็นเบื้องหน้าทาน การให้นี้แหละเป็นข้อสำคัญนัก
ณ บัดนี้ อาตมภาพจะได้แสดงธรรมิกถา เพราะว่าเราท่านทั้งหลายหญิงชายทุกถ้วนหน้าเกิดมาเป็นมนุษย์พบพุทธศาสนา ก็มีการบริจาคทานกันอยู่เป็นธรรมดา เพราะทานนี้เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงพุทธศาสนาไว้ถ้าปราศจากทานการให้แล้ว ศาสนาก็ไม่มีเครื่องหล่อเลี้ยง ทรงอยู่ไม่ได้ ต้องแตกสลายไป ดับไป หายไป ทานนี่แหละหล่อเลี้ยงพุทธศาสนาไว้ ภิกษุ, สามเณร, อุบาสก, อุบาสิกา ในพุทธศาสนาดำรงอยู่ได้เพราะอาศัยทานการให้ภิกษุสามเณรไม่ได้ทำไร่ทำนา ซื้อขายแลกเปลี่ยนอย่างหนึ่งอย่างใด เพราะเป็นเพศที่ออกจากคนผู้ครอบครองเหย้าเรือนเป็นนักบวช เป็นผู้ปล่อยธุระการงานจนหมด ประพฤติปฏิบัติตามธรรมวินัยของพระศาสดา อาศัยอุบาสกอุบาสิกาพิทักษ์รักษา เลี้ยงดูพระภิกษุสามเณรให้ดำรงพระพุทธศาสนาไว้เหตุนี้ การหล่อเลี้ยงภิกษุ สามเณรให้ดำรงในพระพุทธศาสนาไว้ได้เช่นนี้ ได้ชื่อว่า อุบาสก อุบาสิกานั่นเองเป็นผู้ช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาได้บริจาคทานเป็นเบื้อง หน้าทาน การให้นี้แหละเป็นข้อสำคัญนัก โลกจะอยู่ร่มเย็นเป็นสุขได้ก็เพราะอาศัยทาน การให้ถ้าปราศจากทานการให้แล้วโลกก็เดือนร้อน ภิกษุสามเณรเดือดร้อนทีเดียว เพราะทานแปลว่าให้ความสุขซึ่งกันและกัน
loading
Comments (1)

Somtoon

สาธุครับ

Dec 13th
Reply
loading