Discoverเล่ารอบโลก
เล่ารอบโลก
Claim Ownership

เล่ารอบโลก

Author: Thai PBS Podcast

Subscribed: 885Played: 6,331
Share

Description

เปิดโลกกว้างทางความคิดด้วยมุมมองใหม่ ทำให้คุณเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พบกับ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม นักเล่าเรื่องที่เจาะลึกและไขความลับหลากประเด็น หลายมุมมอง จากทั่วทุกภูมิภาคบนโลกใบนี้

223 Episodes
Reverse
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ประเทศที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุดในโลก กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ทั้งยากจน ด้อยพัฒนา และประชาชนส่วนใหญ่ยากจนแสนสาหัส ทำไมประเทศที่มีเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า ถนนเต็มไปด้วยยานยนต์ ห้างสรรพสินค้ามีแต่ของแบรนด์เนม แต่เมื่อออกไปนอกเมืองคุณกลับเจอสลัมลอยฟ้าที่เบียดเสียดอยู่บนหน้าผาของภูเขา และล้อมรอบไปด้วยหมู่บ้านที่ต้องสร้างกองกำลังป้องกันตนเอง  บางครั้งทรัพยากรมหาศาลก็กลายเป็นฝันร้าย
วิกฤตการณ์เปลี่ยนแปลงระเบียบโลก ที่สหรัฐฯ เริ่มเปิดปี 2026 โดยการใช้กองกำลังบุกเข้าจับตัว Nicolas Maduro ประธานาธิบดีแห่ง Venezuela ทำให้หลาย ๆ คนตั้งคำถามถึงระเบียบโลกที่แปรเปลี่ยนไป สัปดาห์นี้ เล่ารอบโลก ขอนำเสนอประวัติศาสตร์ประเทศที่น่าสนใจแห่งนี้
ทำไมเวลาดูรูปเก่า ๆ คนอินโดนีเซียไม่เห็นคลุมฮิญาปกันเลย ?  พวกเขากลับมาเคร่งกันเมื่อไร ? ทำไมในอินโดนีเซียมีพรรคการเมืองที่เป็นกลุ่มศาสนาอิสลาม ?  ทำไมทั่วโลกถึงยกย่องว่า มุสลิมอินโดนีเซีย เป็นสายกลางที่สมควรยึดถือเป็นแบบอย่าง ? ในอินโดนีเซียมีโรงเรียนปอเนอะหรือไม่? เล่ารอบโลกมีคำตอบ
แน่นอนว่าตำนานนักบุญทั้ง 9 ที่เราเล่าผ่านมาแล้ว 4 คน และนั่นทำให้เราได้เห็นการผสมผสานระหว่างศาสนาอิสลามที่เข้ามาใหม่ กับประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ หรือแม้แต่ตำนานเทพเจ้าฮินดู จนจับอกจับใจมหาชน คนชั้นกลางบนเกาะชวา คำถามสำคัญคือ แล้วสำหรับกษัตริย์ นักรบ คนยากคนจน คนชายขอบห่างไกล หรือ แม้แต่คนที่อยู่นอกเกาะชวา การเผยแผ่ศาสนาอิสลามเกิดขึ้นและครองใจประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศหมู่เกาะที่ได้ชื่อว่า เป็นประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ ที่มีนามว่า อินโดนีเซีย ได้อย่างไร เล่ารอบโลก ตอนนี้มีคำตอบ
เคยสงสัยไหมว่าในประเทศที่มีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ และศาสนาอิสลามมีพระเจ้าเพียงองค์เดียว แต่ในอินโดนีเซีย รามายณะที่เป็นเรื่องการอวตารของพระนารายณ์กลับกลายเป็นเครื่องมือหลักในการเผยแผ่ศาสนาอิสลามได้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบในรายการเล่ารอบโลก 
ประวัติศาสตร์ช่วงที่สำคัญที่สุดของดินแดนแห่งหมู่เกาะที่ในปัจจุบันเรียกว่า ประเทศอินโดนีเซีย คือการรับเอาศาสนาอิสลาม เข้ามาเป็นเสาหลักแห่งศรัทธาและกลายเป็นอัตลักษณ์สำคัญของประเทศในปัจจุบัน ตำนานนักบุญมุสลิมทั้ง 9 ท่านในนาม Wali Songo จึงมิใช่เพียงตำนานพื้นบ้าน หากแต่คือ รากของความเป็นอินโดนีเซีย ประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก
หลังจาก 2 อาณาจักรพุทธ-พราหมณ์ ที่ยิ่งใหญ่อย่างศรีวิชัย (ศตวรรษที่ 7–13) และมัชฌปาหิต (ศตวรรษที่ 13–15) เริ่มสูญเสียอำนาจ ในขณะที่เส้นทางการค้าเชื่อมโย งอาหรับ-เปอร์เซีย-เอเซียใต้-อ่าวเบงกอล-ทะเลจีนตอนใต้ กำลังพัฒนาถึงขีดสุด การเข้ามาของเส้นทางการค้า ก็มาพร้อมกับการเผยแพร่ศาสนาใหม่ ๆ ที่พร้อมจะผสมผสานกับความเชื่อท้องถิ่นดั้งเดิม (ผี พราหมณ์ พุทธ) .และนั่นทำให้ อาณาจักรอิสลามที่ยิ่งใหญ่บนดินแดนหมู่เกาะที่ปัจจุบันรู้จักกันในนาม "อินโดนีเซีย" มีรูปแบบการพัฒนาอิสลามในแบบ “คีโตปุลันกัน (Islam Nusantara)" ซึ่งผสานความเชื่อพื้นเมืองเข้ากับหลักการศาสนา ทำให้เกิดรูปแบบศาสนาที่ไม่ปะทะกับโครงสร้างสังคมเดิม และเป็นอัตลักษณ์สำคัญของมุสลิมแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ 
จุดจบของยุครณรัฐคือการสร้างมหาอาณาจักรขนาดใหญ่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ฉิน กำแพงของรัฐฉิน จ้าว เฮี้ยน และฉี ถูกเชื่อมเข้าด้วยกันอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ฉิน สามารถรวมชาติได้สำเร็จ ติดตามในรายการเล่ารอบโลก  
เรื่องราวของรัฐขนาดเล็กที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในฤดูใบไม้ผลิ และล่มสลายลงราวกับไม้ผลัดใบในฤดูใบไม่ร่วงจบลงในยุควสันตสารท ก่อนที่รัฐขนาดกลางและรัฐขนาดใหญ่ทั้ง 7 จะเริ่มสถาปนาอำนาจของตนได้สำเร็จทั้ง 7 รัฐได้แก่ รัฐฉู่ (楚)ทางตอนใต้  รัฐฉิน (秦)ทางตะวันตก รัฐเจ้า (赵)ทางเหนือ รัฐวุ่ย (魏) และรัฐหาน (韩)ทางตอนกลาง รัฐเอี้ยน (燕)ทางอีสาน และ รัฐฉี (齐)ที่ปากแม่น้ำฝั่งตะวันออกแน่นอนว่าในที่สุดทั้ง 7 รัฐนี้ก็จะรณรงค์สงครามกันอย่างบ้าคลั่ง จนกลายเป็นชื่อของยุคจ้านกว๋อ หรือยุครณรัฐ 
ท่ามกลางมหาสงครามระหว่างแคว้นอู๋ และแคว้นเยว่ หนึ่งในสตรีที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในประวัติศาสตร์จีน “ไซซี” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น นางได้ชื่อว่าสวยขนาดที่แม้แต่ฝูงปลาที่ได้เห็นความงามของเธอยังลืมทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่การว่ายน้ำ จนปลายังจมน้ำตายแต่ไซซี มิใช่เพียงหนึ่งสาวงาม หากแต่ยังมีอีก 3 ซึ่งความงามของพวกเธอถูกผูกขึ้นเป็นคำกลอนที่ว่า“มัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนาง”
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นพระราชินีผู้ประสานสองโลก โลกแห่งชีวิตชาวบ้านในชนบทและโลกแห่งการทูตระหว่างประเทศ ในโลกใบแรกพระองค์คือ ‘แม่ของแผ่นดิน’ ผู้ทรงสละพระวรกายและพระกำลังเพื่อยกระดับชีวิตราษฎร ทรงใช้พระบารมีแห่งความงดงามและพระเมตตา สร้างความมั่นคงให้กับชาติ และสร้างสะพานแห่งโอกาสให้แก่พสกนิกรของพระองค์ ในโลกใบหลัง พระองค์คือ ‘พระราชินีแห่งวัฒนธรรมและสันติภาพ’ ผู้ทรงนำพาอัตลักษณ์ของไทยให้เป็นที่ประจักษ์อย่างสง่างาม และทรงใช้ความสง่างามนั้นเป็นสะพานแห่งมิตรภาพระหว่างประชาชาติพระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่สตรีไทยและสตรีทั่วโลกว่า ความงดงามที่แท้จริงมิได้อยู่เพียงรูปกาย หากอยู่ที่จิตใจที่เปี่ยมด้วยเมตตา วิสัยทัศน์ และความเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์ พระองค์ทรงเป็นดั่ง ‘แสงแห่งศิลปะ สันติภาพ และศักดิ์ศรี’ ที่จะส่องสว่างบนเวทีโลกตลอดกาล 
สงครามระหว่างแคว้นต่าง ๆ ที่ต่างก็ต้องการช่วงชิงความเป็นใหญ่ ณ ที่ราบจงหยวน ทำให้แว่นแคว้นต่าง ๆ ทั้งต้องร่วมมือ และทรยศหักหลัง ทั้งเกิดขึ้น เป็นใหญ่ และล่มสลาย ยุทธวิธี กลวิธี ยุทธศาสตร์สงครามทุกวิถี ถูกงัดออกมาใช้ในมหาสงครามครั้งนี้
แผ่นดินจงหยวนแห่งราชวงศ์โจวเป็นทุรยศ ราชวงศ์โจวที่ยิ่งใหญ่ล่มสลาย แต่ก็พยายามฟื้นตัวตนขึ้นมาใหม่ในฐานะ ราชวงศ์โจวตะวันออก หากแต่อำนาจไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนเดิม อ๋องแห่งแคว้นต่าง ๆ เริ่มตั้งตนเป็นใหญ่ อาศัยเพียงการยอมรับจากราชวงศ์โจวตะวันออก เพื่อขยายเขตอิทธิพลของตน ด้วยหวังจะยึดครอง แผ่นดินจงหยวนอันอุดมสมบูรณ์ มหาสงครามที่แต่ละแคว้นทะยานขึ้นมาและร่วงโรยลงไปดุจฤดูใบไม้ผลิและใบไม่ร่วง หรือ ยุคชุนชิว ก็ถือกำเนิด
หนึ่งในยุคที่ถูกอ้างอิงบ่อยครั้งที่สุดใน ยุทธพิชัยสงครามสามก๊ก หรือ ยุคเลียดก๊ก ยุคที่แผ่นดินจีนแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ  มีรัฐใหม่เกิดขึ้นแล้วก็ดับสูญไป เหมือนฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง หรือ ยุคชุนชิว-วสันตสารทนวนิยายเลียดก๊ก คือบันทึกแห่งความขัดแย้งในคราวนั้นบนแผ่นดินจงหยวน ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ระหว่างแม่น้ำหวงเหอและแยงซีเกียง
ประเทศไทยรอดพ้นจากการเป็นผู้แพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ใช่ด้วยเหตุบังเอิญ หากแต่เป็นเพราะการทำงานอย่างหนักจนถึงเสียสละชีพของ “ขบวนการเสรีไทย”เสรีไทยประกอบขึ้นด้วยหลายกลุ่มบุคคล แต่คนที่จะเห็นภาพรวมทั้งหมดของปฏิบัติการแห่งจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ครั้งนี้ คือ “รู้ธ” หัวหน้าเสรีไทยในสยาม หรือท่านอาจารย์ ปรีดี พนมยงค์ นั่นเอง
“ผู้ใดมีอิทธิพลเหนือมหาสมุทร ผู้นั้นย่อมครองโลก” คือแนวคิดหลักของทฤษฎี “สมุททานุภาพ” (Sea Power) ซึ่งทรงอิทธิพลอย่างมากตั้งแต่ยุคจักรวรรดินิยม แม้กระทั่งในปัจจุบันนี้บรรดาชาติมหาอำนาจยังคงพยายามแผ่แสนยานุภาพทางการทหาร เพื่อเสริมสร้างอำนาจทางทะเลของตน.การแผ่ขยายอำนาจทางท้องทะเลของจีนสร้างแรงกดดันและความหวาดกลัวต่อมหาอำนาจเก่าอย่างสหรัฐอเมริกา และชาติพันธมิตร พวกเขาพยายามสกัดกั้นและปิดล้อมจีนผ่านยุทธศาสตร์ต่าง ๆ จากพื้นมหาสมุทรสู่ห้วงอวกาศ.จนนำมาสู่ความขัดแย้งที่หลายครั้งก็มีไทยอยู่ในสมการนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นข้อถกเถียงเรื่อง “คอคอดกระ” ที่มีมาช้านาน ความขัดแย้งของประเทศอาเซียนในทะเลจีนใต้  ไปจนถึงข้อพิพาทในพื้นที่ทับซ้อนไทยกับกัมพูชาที่ทำให้ทั้ง 2 ชาติระดมสรรพกำลังเข้าประหัตประหารกันAmidst the Global Sea Power ไทยในสมรภูมิมหาสมุทรโลก ไม่เพียงฉายให้เห็นภาพการขยายอำนาจของจีนและสหรัฐอเมริกาในมหาสมุทรโลกเท่านั้น แต่ยังฉายให้เห็นปัญหาต่าง ๆ ที่ไทยต้องเผชิญ และหนทางที่จะอยู่รอดท่ามกลางมรสุมมหาสมุทรที่กำลังถาโถมเข้ามา
กิมหงวนที่ว่ารวยมหาศาลรวยแค่ไหน ?  ดร.ดิเรก ที่ชอบเล่าเรื่องมหาราชา เคยพา พล นิกร กิมหงวน ไปเที่ยวอินเดียไหม ?  และที่สำคัญที่สุดถ้าอยากอ่าน สามเกลอ สี่สหาย ใน พ.ศ. นี้ จะไปหาอ่านได้จากไหน
เคยทราบกันหรือไม่ว่า คุณ ป.อินทรปาลิต ได้รับค่าลิขสิทธิ์จากการเขียนสามเกลอเป็นเงินเท่าไร?  รู้หรือไม่ Series สงครามชิงแดน มีทั้งหมด 16 ตอน  และมีจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องสามเกลอเป็นเล่มสุดท้ายในชื่อ บ้านใหม่
ทำไมแม้เวลาจะผ่านไปกว่าครึ่งทศวรรษ แต่พล นิกร กิมหงวน ก็ยังคงเป็น 1 ในหนังสือดีที่คนไทยควรอ่าน และที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือ เพราะอะไร สไตล์การเล่าเรื่องของ ป.อินทรปาลิต ถึงยังร่วมสมัย อ่านได้ ไม่มีเชยอ่อ... คำว่า เชย ที่แปลว่า เชย ก็เกิดขึ้นจากนักเขียนท่านนี้ด้วย 
เพื่อขยายเพดานความเป็นไปได้ของการผจญภัยในหัสนิยายชุดพิเศษนี้  ป.อินทรปาลิต แนะนำตัวละครเพิ่มขึ้นอีก 1 ตัวในตอนที่ 30 ของ Series ในชื่อตอนที่ว่า “อ้ายดำปรอท” หนุ่มหัวนอก นายแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ ดร.ดิเรก ณรงค์ฤทธิ์ เข้ามาเป็นสมาชิกของคณะพรรค และนี่คือตัวละครที่ผมรักมากที่สุดในหัสนิยายชุดนี้
loading
Comments