Discoverหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
Claim Ownership

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

Author: dhamma.com

Subscribed: 18,532Played: 440,135
Share

Description

ธรรมะเพื่อการเจริญสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางโดยพระปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม A collection of the Lord Buddha's teachings conveyed by the venerable Luangpor Pramote Pamojjo, a master teacher of mindfulness for the modern world and Vipassana meditation.
3211 Episodes
Reverse
"การภาวนาจริงๆ ไม่ได้ยากอะไรหรอก ให้เรารู้ทันใจของเราเอง มันชอบปรุงแต่ง เวลาอยู่เฉยๆ ก็หลงไปคิดโน่นคิดนี่ จิตใจไม่อยู่กับตัวเอง เวลาลงมือปฏิบัติ จิตก็ถลำออกไป เคลื่อนออกไป ไปเพ่ง ไปจ้องอารมณ์กรรมฐาน พอจะเข้าอรูปฌาน ส่งจิตเข้าไปในความว่าง ให้รู้ทันว่าจิตกำลังเคลื่อนไป ตรงนี้จะตั้งมั่นขึ้นทันทีเลย จิตมันจะกลับมาอยู่ที่ตัวเอง แล้วถัดจากนี้ร่างกายเคลื่อนไหวคอยรู้สึก จิตใจเราเปลี่ยนแปลงคอยรู้สึก มันจะเดินปัญญาต่อ แต่ถ้าจิตมันเคลื่อนไปอยู่ในความว่าง มันจะไม่ไปเดินปัญญา" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 23 ตุลาคม 2569
"อย่าเข้าไปแทรกแซง คนส่วนใหญ่อยากภาวนา แต่พลาดไปสร้างจิตอกุศลขึ้นแทน จิตอกุศลมีลักษณะมันแน่น ถ้าเป็นกุศลมันจะเป็นลหุตามันจะเบา เป็นมุทุตานุ่มนวลอ่อนโยน ถ้าภาวนาแล้วจิตหนักจิตแน่น รู้ทันทีเลยนี้อกุศล อย่าไปพัฒนาสิ่งเหล่านี้ ตัวนี้มันเกิดจากโลภะเป็นพื้นฐาน หรือตัณหาเป็นพื้นฐาน อยากดี อยากมีสติตลอดเวลา พอมีความอยากก็เกิดการแทรกแซง พอเกิดการแทรกแซงก็เกิดทุกข์ขึ้นมา แน่นอึดอัด มีกิเลส มีกรรม แล้วก็จะมีวิบาก" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 11 ตุลาคม 2569
"สัมมาสมาธิไม่ได้เกิดจากการเพ่งจ้อง การเพ่งจ้องมันเป็นมิจฉาสมาธิ สัมมาสมาธิอาศัยสัมมาสติ ทำบ่อยๆ เจริญสติบ่อยๆ พอสติเกิดบ่อยๆ แล้วสมาธิมันจะสมบูรณ์ขึ้นมา สติไม่ใช่เครื่องมือไปจ้อง ไม่ใช่บังคับตัวเองให้รู้สึกตัว อาศัยสติรู้ทัน" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 21 ตุลาคม 2569
"วิธีที่เราจะละมิจฉาทิฎฐิก็คือการเจริญสติปัฏฐาน ถ้าเราสามารถละความเห็นผิดว่าขันธ์ 5 หรือร่างกายจิตใจเป็นตัวเรา อันนี้หัวโจกของตัวมิจฉาทิฎฐิเลย มันคิดว่าตัวเรามีอยู่จริงๆ แล้วมันก็เลยแตกแขนงไปว่าตัวเรามี ขณะนี้มี ถ้าตายไปแล้วพวกหนึ่งก็บอก ตายแล้วตัวนี้ก็ยังอยู่ไปเกิดอีก อีกพวกหนึ่งก็กลับข้าง ตอนนี้มี พอตายแล้วสูญ มันคิดว่าตอนนี้มี ตรงที่มันคิดว่าเดี๋ยวนี้เรามีตัวตนอยู่ ตัวนี้เป็นมิจฉาทิฎฐิที่ประณีตลึกซึ้งเหลือเกิน เราต้องมาเจริญสติปัฏฐาน จนเราเห็นความจริงว่าตัวเราไม่มี" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 18 ตุลาคม 2569
"เวลาอยู่ว่างๆ ต้องภาวนาให้มันเคยชิน การปฏิบัติจะไปรอทำก่อนนอนทีเดียว ไม่พอหรอก ในชีวิตธรรมดานี้ล่ะ ต้องฝึกให้ได้ พยายามรวมการปฏิบัติเข้ากับการใช้ชีวิตเรา ถ้าทำได้เราก็จะพัฒนาได้เร็ว ถ้าเราเก่งเฉพาะตอนก่อนนอน ไปนั่งสมาธิ เดินจงกรม แต่กลางวันปล่อยใจฟุ้งซ่านหนีไป ไปไม่รอดแล้ว ถ้ากลางวันเราฟุ้ง ตอนเย็น ตอนค่ำ จะไปนั่งสมาธิจะให้สงบ มันไม่สงบง่าย แต่ถ้ากลางวันเรามีสติรู้สึกไปเรื่อยๆ ร่างกายเคลื่อนไหว รู้สึก จิตใจเปลี่ยนแปลงรู้สึกไป ตอนค่ำไปนั่งสมาธิ ไปเดินจงกรมในรูปแบบ จิตมันจะรวมเร็ว เพราะเราไม่ได้ปล่อยจิตให้ฟุ้งซ่าน วุ่นวาย ถ้ากลางวันปล่อยเต็มที่ จะไปนั่งให้สงบ มันไม่สงบหรอก ฉะนั้นอย่าไปแยกการปฏิบัติกับการใช้ชีวิตจริงออกจากกัน ถ้าเราไม่ต้องทำงานที่ต้องคิด ช่วงไหนไม่ได้ทำงานที่ใช้ความคิด ปฏิบัติได้ตลอด รู้สึกไปเรื่อยๆ รู้สึกกายรู้สึกใจ เหมือนเรามีถังน้ำ มีตะกอนอยู่ เรากวนน้ำจนน้ำขุ่นตลอดวัน แล้วตอนเย็นจะมานั่งดูให้น้ำ ตะกอนตกตะกอนให้น้ำใส เล่นยาก ฉะนั้นกลางวันก็อย่าไปกวนน้ำให้ขุ่น คือมีสติไว้ รู้ทัน ร่างกายเคลื่อนไหว รู้ทัน จิตใจเคลื่อนไหว รู้ทันไป" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 17 ตุลาคม 2569
loading
Comments