Discover
Friendtalkative Podcast
1760 Episodes
Reverse
ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "นักประวัติศาสตร์การเงินมักจะพูดว่า ไม่มีใครเลยที่จะสามารถรู้ชัดว่าอะไรจะเกิดขึ้นมาบ้างหลังจากนี้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาร่วม 500 ปี"
- ปัญหาไม่ได้อยู่ที่อะไรจะเกิดขึ้น แต่ว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นมากกว่า
- เมื่อเราอยู่ในยุคสมัยหนึ่งและอินกับมันนานเกินไป เราจะหลงลืมไปว่ายุคสมัยเป็นเพียงขนมปังหอมกรุ่นจากเตา
- ทุกอย่างมีเวลา ทุกสิ่งมีจังหวะ และทุกสรรพสิ่งรอคอยเพื่อบางสิ่งบางอย่างเสมอ
- สังเกตประวัติศาสตร์ให้มากเข้าไว้ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นซ้ำ และมันวนเวียนอยู่แบบนี้อย่างไม่รู้จบ
- ทั้งนี้ ธรรมะกับธรรมชาติคือสิ่งเดียวกัน การเงินเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติและมันหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงไปไม่ได้เลย
หนังสือ All In: How Great Leaders Build Unstoppable Teams ของ Mike Michalowicz
- ทุ่มสุดตัวเป็นกลยุทธ์ท่าไม้ตายของหลายบริษัท แต่มันก็เสี่ยงมากอยู่
- ทีมเป็นคำตอบสุดท้ายของการตั้งบริษัทขึ้นมา เพราะเราทำเองทั้งหมดคนเดียวไม่ได้
- สัปดาห์นรก อาจจะเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องสร้างมันขึ้นมา เพื่อกลั่นกรองไอเดียถึงขั้นตกผลึก
- ทักษะการปรับตัวก็เป็นหนึ่งในทักษะที่จำเป็น มันไม่ใช่ว่าจำเป็นแต่ว่ามันขาดไปไม่ได้มากกว่า
- ทั้งนี้ การทำธุรกิจมันคือการหยั่งรู้ญาณทัศนะภายในตน ไม่ใช่ไปลอกเลียนแบบใคร แต่ทำให้ดีกว่าคู่แข่งนั่นเอง
มีคนมาปรึกษาว่า ขอคำปรึกษาค่ะ คือเราอยากออกมาจากความสัมพันธ์นี้ค่ะ ขอเล่าสั้น ๆ นะคะ พ่อแม่เราบอกว่าเราทั้งคู่คบกันมานานแล้ว ถึงเวลาที่ต้องแต่งงาน แฟนเราเขาก็เข้าใจค่ะ เราสองคนก็ช่วยกัน แต่แม่แฟนอยากจัดงานเลยเขาบอกว่าแม่อยากยืมเงินก่อน เดี๋ยวแม่คืนเองเพื่อที่เขาจะอยากจัดงานแต่งให้เราทั้งคู่ แต่ปัจจุบันแม่แฟนตกงานมาเป็นปี ประเด็นอีกอย่างคือแต่งแล้วต้องไปอยู่บ้านแฟน เราก็เริ่มอึดอัดค่ะ ไม่อยากมีปัญหาเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ในอนาคต เราตัดสินใจอยากจะถอยมาตั้งแต่วันนี้ มันดีกับเราถูกแล้วใช่ไหมคะ
- เรื่องราวประมาณว่าแม่ฝ่ายหญิงคิดว่าถึงเวลาที่ต้องแต่งงานแล้ว ส่วนแม่ฝ่ายชายยินยอมแต่จะขอยืมเงินก่อน
- เมื่อเรื่องราวมันกลับกลายเป็นการที่จะให้แม่ฝ่ายชายตัดสินใจยืมเงิน มันจึงไม่ใช่แค่เรื่องจัดงานแต่ง แต่มันคือการหยิบยืมเงินทันที
- แปลกตรงที่ทำไมฝ่ายชายถึงไม่มีเงินมาแต่งเลย แล้วแม่ฝ่ายหญิงต้องการสินสอดทองมั่นเท่าไหร่ หรือว่าตกลงกันยังไงได้คุยกันบ้างไหม
- ปัญหาใหญ่คือเราก็อยากถอยมาในความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างจะไปได้ดีพอสมควร ซึ่งปัญหาหลักก็คือเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่มันเป็นปัญหา ณ ตอนนี้
- ชีวิตคู่มันคือการที่เราเดินไปพร้อม ๆ กันใกล้เคียงกันตลอดทั้งชีวิต แน่นอนว่าเรื่องเงินเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง ยังไงก็ลองตัดสินใจดูอีกทีว่าจะจับมือกันต่อหรือปล่อยมือกันไป
ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "สิ่งที่จะเป็นเครื่องวัดความมั่งคั่งได้ดีที่สุด ก็คือสิ่งที่คุณครอบครองลบด้วยสิ่งที่คุณอยาก และนี่อาจจะเป็นที่มาของคำว่าเศรษฐีหลายคนถังแตกเพราะสิ่งเหล่านี้"
- เมื่อความอยากมันมากกว่าสิ่งที่เรามี นั่นคือความยากจนในแง่มุมหนึ่งของความร่ำรวย
- หลายคนชอบพูดอย่างหนาหูว่า เราจะกำหนดความมั่งคั่งร่ำรวยได้อย่างไรกันแน่
- การที่เราจะถังแตกเรื่องการเงินไม่ใช่เรื่องยาก แค่เราใช้ชีวิตแบบส่งเดช แค่นั้นก็พังไม่เป็นท่าแล้ว
- มันยากอย่างยิ่งที่เราจะมาเน้นย้ำว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่อย่างน้อยเราก็ต้องฝึกฝนที่จะสังเกตนั่นเอง
- ทั้งนี้ ถังแตก ร่ำรวย มั่งคั่ง หรือความสำเร็จในแง่มุมใดแง่มุมหนึ่งเป็นเพียงแค่ชื่อเรียกของการกระทำแค่นั้นเลย
หนังสือ วิชาคนตัวเล็ก ของ พูนลาภ อุทัยเลิศอรุณ
- ตัวเล็กไม่ตัวใหญ่ ไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีใครมองเห็นแต่เราจะลดแรงกดดันได้มหาศาล
- เมื่อเราไม่รู้ว่าเราควรทำอะไร เราต้องเลือกและตัดสินใจ เพราะทุกหนทางไม่มีคำว่าบังเอิญ
- การฝึกปรือตนเอง ทั้งบู๊และบุ๋นก็คือศาสตร์และศิลป์ที่หลอมรวมหยินหยางเข้าด้วยกัน
- ทุกคนมีจุดเริ่มต้นเหมือนกันนั่นก็คือ ความไม่รู้ แล้วสักพักความรู้จะย่อมเข้ามาแทนที่เอง
- หากว่าคุณต้องการแรงบันดาลใจดี ๆ หนังสือเล่มนี้คือคำตอบ แต่มันต้องนำไปประยุกต์ใช้ด้วย
มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ อยากถามว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่ตอนนี้เรียกว่าโรคซึมเศร้าไหมคะ หรือแค่วิตกกังวลปกติทั่วไป อาการคือขี้น้อยใจมาก ๆ กับทุกเรื่อง ทุกคน แต่ไม่กล้าบอกใคร กลัวเขาเป็นห่วง กลัวเขารู้สึกแย่เพราะเรา เขาอาจจะต้องคิดมากเพราะเรา ร้องไห้ทุกคน สงสารทุกคน แอบร้องไห้ในห้องน้ำในที่ทำงาน ไม่ได้เหนื่อยอะไรนะคะ แต่น้อยใจแฟน น้อยใจแม่ แต่ไม่อยากบอกพวกเขาเพราะกลัวเขาจะคิดมาก คือเราไม่อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่สบายใจ แล้วก็มีอาการเหม่อลอยบ้าง รู้สึกแย่กับตัวเองตลอดเวลา แต่ไม่เคยคิดสั้นหรือคิดจะทำร้ายตัวเองนะคะ เรายังรักตัวเองและครอบครัวมาก ๆ เราเลยไม่แน่ใจว่าอาการนี้เรียกโรคซึมเศร้าไหม ต้องปรึกษาหมอไหม หรือแค่คิดไปเองคะ
- ถ้าถามว่าคิดไปเองไหมก็คงตอบว่าไม่ได้คิดไปเองทั้งหมด แต่มันเป็นสัญญาณว่าถ้าถลำลึกลงไปกว่านี้แย่แน่นอน
- การมีสติรู้ตัวว่าเรามีอาการอย่างไร เป็นขั้นตอนสำคัญของการยกระดับจิตใจขึ้นมา ลองตั้งคำถามว่าวันนี้ฉันรู้สึกอะไรบ้าง
- ผู้หญิงอาจจะมีอารมณ์อ่อนไหวกว่าผู้ชาย การนึกถึงคนอื่นหรือเป็นห่วงคนอื่นเป็นสิ่งที่ดี แต่การห่วงคนอื่นจนลืมใจตัวเองเป็นสิ่งที่ไม่ดีแล้ว
- ณ ตอนนี้อาจจะยังไม่จำเป็นต้องไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง แต่อาจจะลองหาคอนเทนต์ที่ทำให้จิตใจดีขึ้นหน่อย เพื่อทดสอบว่าจิตใจเราเป็นอย่างไรบ้าง
- ทั้งนี้ ถ้าลองหลายวิธีแล้ว จิตใจยังจมดิ่งแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง รวมไปถึงการฟังธรรมตามกาลก็เป็นสิ่งที่จำเป็น รวมถึงฝึกสติในชีวิตประจำวันด้วย
ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "จงยอมรับสิ่งนี้ ว่าคุณไม่ได้เกิดมาเพื่อพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น รวมไปถึงตัวคุณเองด้วย"
- เกิดมาเพื่ออะไร นั่นคือคำถามที่สำคัญต่อตัวเราเองอย่างยิ่ง
- ไม่จำเป็นต้องไปพิสูจน์ตัวเองเพื่อใคร มนุษย์มีสิ่งนึงที่เรียกว่าความคาดหวังเพื่อให้ได้หวังเท่านั้นเอง
- แต่การไม่หวังอะไรก็ไม่ได้ผิดอะไร เป็นเพียงสิ่งที่เราจะน้อมรับได้ด้วยว่าเราก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง
- ยอมรับไปเลยตรง ๆ ว่าเราไม่ดีที่สุดในโลกใบนี้ มีคนที่ดีกว่าเราและยอดเยี่ยมกว่าเรา
- ความสุขในชีวิตคือการได้ใช้ชีวิตตามใจที่เราปรารถนา ขอแค่เพียงเรารู้ว่าเราต้องการอะไรจริง ๆ ก็พอ
หนังสือ The Pumpkin Plan: A Simple Strategy to Grow a Remarkable Business in Any Field ของ Mike Michalowicz
- ธุรกิจรายย่อยส่วนใหญ่จะล้มเหลวภายในไม่เกิน 5 ปี และมีเพียง 20% เท่านั้นที่รอด
- กลยุทธ์แผนฝักทองก็คือ การปลูกฝักทองให้ใหญ่ที่สุด เพื่อดึงทรัพยากรจากแหล่งอื่นให้มากเข้าไว้
- เมื่อคุณรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ชนะคู่แข่ง นั่นก็คือการลดต้นทุนให้น้อยที่สุด และรักษาลูกค้าที่กลับมาซ้ำให้ยั่งยืน
- บางทีคำว่ามากกว่าก็ไม่ได้แปลว่าดีกว่า แทนที่เราจะโฟกัสกับอะไรเยอะแยะ ก็ให้โฟกัสจุดที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจมัน
- ระบบหลังบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบ POS-Point of Sale หรือระบบ Action Plan
มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีครับ เรื่องมีอยู่ว่า ผมคบกับแฟนมาสักระยะแล้วครับ แต่เธอเป็นคนที่ขี้บ่นมาก บ่นไปหมด เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะให้ผมผิดหมด ผมโดนต่อว่าทุกวัน บางวันกลับมาจากทำงานก็เอาเลย บางวันก่อนไปทำงานก็บ่น เช้าวันหยุดก็บ่น เช่น สมมุติผมไปเปิดประตูเข้าห้องน้ำ แล้วมันมีเสียงประตู ผมโดนด่า เวลามีตัวอะไรไม่รู้กัดเธอ เขาก็จะบ่นทั้งหมด ตั้งแต่ตื่นยันจะนอนอีกคืน พอผมโดนต่อว่าเรื่อย ๆ ผมกลับรู้สึกว่า ตัวผมเองไม่มีอะไรดีสักอย่าง ไม่มีอะไรดีเลยครับ เหมือนทำอะไรก็ผิดไปหมด รู้สึกเบื่อด้วยครับ อาการที่เกิดขึ้นกับผมแบบนี้ ผมจะแก้มันยังไงครับ ผมไม่ได้อยากรักเธอน้อยลง หรือให้เธอบ่นทุกวันและต่อว่าผมแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ดีครับ
- การคบหาใครก็ตาม เราก็จำเป็นจะต้องมีความสุขไปพร้อมกันด้วย
- หากว่าเราไม่มีความสุขในการคบหาใคร ก็แปลว่าเขาไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดี
- ปัญหาใหญ่ของความสัมพันธ์ก็คือ เราไม่ได้อยากหมดรักใคร อาการหมดรักเป็นกระบวนการของความรู้สึก
- เมื่อเรามีความรู้สึกดีหรือสุขมากขึ้น เราจะรักมากขึ้น แต่ถ้าเรารู้สึกแย่หรือว่าทุกข์ลง เราจะหมดรักลงไปทุกวัน
- ทั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูกที่คนจะบ่นเราทุกวันทุกคืน แล้วเราจะรู้สึกแย่ ถ้าโดนบ่น ต่อว่า หรือด่า แล้วรู้สึกดีแบบนี้น่าจะผิดปกติ
ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "อย่ามองข้ามพื้นฐานเด็ดขาด รวมถึงไม่เพิกเฉยต้นกำเนิดใด ๆ ทั้งสิ้น คุณจะให้ต้นไม้นั้นยืนหยัดได้นานเพียงใด ถ้ามันไม่มีรากแก้ว"
- หลายคนมากที่เพิกเฉยต้นกำเนิด และพื้นฐานของชีวิต เช่น ความรู้พื้นฐานหรือทักษะพื้นฐาน
- เมื่อเราเพิกเฉยไปนานวันเข้า เราก็จะเริ่มสั่นคลอน ซึ่งมันไม่ใช่เพียงแค่ชีวิต แต่ความคิดและทัศนคติเราด้วย
- เหตุกับผลย่อมตรงตามกัน ไม่ผิดแผกจากกัน เพราะเหตุย่อมนำมาซึ่งผลแค่นั้นเลย
- หากเราต้องการความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน เราก็จำเป็นจะต้องมีพื้นฐานที่สำคัญที่เกี่ยวโยงกับความสัมพันธ์ที่ดี
- ทั้งนี้ พื้นฐานต่าง ๆ วิชาที่เริ่มต้นรหัสด้วย 101 ก็คือวิชาที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยต้องเรียน แล้วมันคือวิชาชีวิต 101
หนังสือ Less Is More: How Degrowth Will Save the World ของ Jason Hickel
- น้อยคือมาก และมากคือน้อย มันเป็นคำสอนของโลกทุนนิยมสมัยใหม่
- การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข่งขัน ราวกับว่าอนาคตจะอยู่ที่วันนี้ทั้งหมด
- แต่การทำลายก็ย่อมเกิดขึ้นมาก เช่น สร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจมากก็ทำให้ทรัพยากรถดถอยลง
- กลับกลายเป็นการลองมองว่าใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อย แต่เป็นการทำให้เศรษฐกิจเติบโตมากกว่าเดิมดู
- ทั้งนี้ การทำลายล้างของขั้วอำนาจได้ปรากฏเด่นชัดมากยิ่งขึ้น แต่มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากถึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป
มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ หนูอายุ 20 ปีค่ะ กำลังเรียนมหาลัยปี 1 กำลังจะขึ้นปี 2 คุณพ่อไม่ได้ส่งเสียเรื่องการเรียนเลยค่ะ หนูอยู่ฝั่งบ้านคุณพ่อนะคะ แม่เลิกกับพ่อไปก็เลยไม่ได้ติดต่อกันเลย ทีนี้ก็เลยมาหางานทำส่งตัวเองรวมกับแฟนช่วยส่งเสียเราด้วย เพราะแฟนหนูทำงานแล้วค่ะ ทีนี้พ่อก็ชอบทักมาขอเงินค่ะ พ่อบอกว่าไม่มีเงินส่งเสียเรา แต่สามารถหาเงินส่งให้แม่เลี้ยงได้ เพราะแม่เลี้ยงเพิ่งมาทำงานในกรุงเทพ ยังไม่ได้เงินเดือนค่ะ พ่อก็หาส่งให้แต่ตัวหนูพ่อกลับปล่อยเคว้งเลยค่ะ ไม่เคยคิดจะส่งมาให้หนูเลย คำถามของหนูก็คือ นอกจากจะไม่ส่งมา กลับกลายมาขอเงินจากหนูอีก หนูควรจะพิมพ์ตอบปฏิเสธไปยังไงดีคะ เพราะเคยบอกว่าไม่มีเงินแล้ว เอาเงินไปไว้กินข้าวหมด แล้วเหมือนพ่อไม่พอใจค่ะ
- การจะตอบปฏิเสธคุณพ่อหรือคุณแม่ในเรื่องของ สิ่งที่เราไม่สะดวกใจที่จะมอบให้หรือทำให้ก็ให้บอกไปตรง ๆ ได้เลย
- ถึงแม้ว่าพ่อแม่ท่านจะไม่เข้าใจเราในวันนี้ ก็ไม่เป็นไร เพราะวันนึงเขาย่อมต้องเข้าใจเจตนาของเรา
- ปัญหาใหญ่ของครอบครัวที่มีปัญหาก็คือ การจัดบทบาทที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ควรจะเป็น เช่น พ่อแม่ไม่ส่งเงินให้ แต่ลูกกลับต้องส่งเงินให้แทน
- บางทีเราสอนคำว่ากตัญญูรู้คุณกัน แต่บางทีเราต้องย้อนกลับไปบริบทหลักว่า อะไรเป็นสิ่งที่ควรทำกับไม่ควรทำ
- ทั้งนี้ ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะหยิบยื่นโอกาสให้ลูก แต่ก็แน่นอนว่าวันใดถ้าเราไหวก็ส่งเงินให้พ่อแม่บ้างตามกาล เอาที่เราไหวเป็นหลัก
ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "5 วิถีทางที่เราจะเพิ่มประสิทธิผลในแต่ละวัน คือ 1. หลับให้ดีกว่าเดิม ไม่เติมคาเฟอีน เหล้า และน้ำตาลก่อนนอน 2. ตื่นให้เช้ากว่าเดิม เพื่อมาดูหนอนและนก 3. ทำสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน 4. ไม่ต้องดูอีเมล หรือพิมพ์ข้อความหาใคร รวมถึงเล่นโซเชียลหลังทานข้าวเที่ยง และ 5. ลุกขึ้นและไปเดินเลยตอนนี้"
- เพียงแค่ไม่กี่สิ่งในชีวิต เราก็จะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นได้จริง
- สังเกตตัวเองในแต่ละวัน ว่าเรามีชีวิตที่ดีขึ้นหรือแย่ลงเพราะอะไร
- ไม่มีคำว่าบังเอิญบนโลกใบนี้ ทุกอย่างมันมีเหตุผลที่ทำให้เราได้อะไรดี หรือได้อะไรที่ไม่ดี
- รับรู้เรื่องราวความเป็นไปของคนอื่น สิ่งมีชีวิตอื่น และสิ่งแวดล้อมรอบตัวแบบพอสังเขป
- ทั้งนี้ แต่ละคนจะออกแบบชีวิตต่างกัน ให้ออกแบบตามความเหมาะสมกับบริบทที่เราเป็น
หนังสือ Outlive: The Science and Art of Longevity ของ Peter Attia with Bill Gifford
- คุณอยากมีชีวิตที่ยืนยาว ไปทำไม นั่นคือคำถามสำคัญของหนังสือเล่มนี้
- ทำไมการออกกำลังกายสำคัญกว่าการทานยา เพราะมันคือสิ่งที่เน้นย้ำว่าร่างกายต้องการขยับ
- 5 สิ่งที่ร่างกายขาดมันไม่ได้ คือ 1. ออกกำลังกาย 2. โภชนาการ 3. การนอนหลับ 4. สุขภาพจิต และ 5. อาหารเสริมและส่วนขยายเพิ่มเติม
- แก่นของร่างกายคือการขยับเขยื้อนร่างกายไปหน่อย อย่าขี้เกียจในการขยับอย่างเด็ดขาด
- อายุยืนเป็นเหตุไม่ใช่ผล แสดงว่าการที่จะมีอายุยืนได้ต้องเรียนรู้ว่าร่างกายเราต้องการอะไรเป็นพิเศษนั่นเอง
มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ เราแต่งงานมา 3 ปีแล้ว มาสร้างบ้านอยู่กับสามี ส่วนแม่สามี มีบ้านอยู่กับปล่อยเช่าแล้วมาอยู่กับเรา แม่แฟนอายุยังไม่มาก ตอนแรกมีงานทำอยู่ดี ๆ ก็ลาออก แล้วมานอนอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ทำงาน เราแค่อยากถามว่า การที่เราไม่อยากรีบกลับบ้าน เพราะไม่อยากมาทำกับข้าวให้แม่แฟนกินจะผิดมากไหม แม่แกสุขภาพดีทำอาหารเป็น อยู่บ้านเราก็ซื้อวัตถุดิบไว้ให้ทำตลอด แต่แกไม่ยอมทำกินเองแล้วมารอเรากลับไปทำให้กิน บางวันเราเหนื่อย ๆ เราก็ไม่อยากทำกับข้าวหรือก็ไม่กินข้าวไปเลย แต่ต้องมาลำบากทำให้แม่แฟนกิน ถ้าวันไหนแฟนอยู่บ้าน เราก็จะทำให้แฟนกับแม่แฟนกิน แต่วันไหนแฟนไม่อยู่บ้านไปเข้าเวรกลับดึก เราก็แทบไม่อยากกลับบ้านเลย เพราะเหตุผลเดิม ซึ่งพ่อแม่เราเองอายุจะ 60 ปีละ ท่านก็ยังทำงานหาเงิน หาข้าว หาปลากินเอง ไม่เคยได้ลำบากลูกแบบเราเลย เราคิดว่าขนาดพ่อกับแม่ยังไม่ได้หาให้กินเลย แล้วแม่คนอื่นเราต้องมาหาให้กินคงไม่ใช่ แต่บางทีเราก็คิดว่ามันใจร้ายเกินไปรึเปล่า เห็นแก่ตัวไปไหม ค่าใช้จ่ายในบ้านทุกอย่างเราก็เป็นคนจ่าย แล้วต้องมาแบ่งเงินเลี้ยงแม่สามีตัวเองอีก ทั้งที่พ่อกับแม่เราก็ไม่เคยให้ด้วยซ้ำ ทุกวันนี้บ้านตัวเองแทบไม่อยากกลับ เพราะเบื่อที่ต้องหาข้าวหาน้ำให้แม่แฟนกิน วันไหนทำกินกันสองคนกับแฟน แม่สามีก็หาว่าทำน้อยอีกมีแค่นี้เหรอ เราต้องทำยังไงดีคะ อยากหาทางออกค่ะ
- แม่เรากับแม่สามีหรือแม่ภรรยา ไม่เหมือนกัน การนำมาเปรียบเทียบกันบ่อย ๆ ไม่เกิดผลดี
- นิ้วเรายังไม่เท่ากัน ขนาดใบหน้า รวมไปถึงดวงตาของเรายังไม่เท่ากันเลย เราจะให้สิ่งอื่นเหมือนกันได้ไง
- บางทีเราก็ลืมไปว่า หน้าที่ของคน ๆ นึงคืออะไร หาเงิน ทำงาน และทำหน้าที่ภรรยาที่ดีให้กับสามี และแม่สามีก็รวมในสามีด้วย
- ถ้าเหนื่อยก็พัก ไม่รักก็พอ และมีอะไรก็บอกแม่สามีตรง ๆ ไม่ต้องเก็บไปคิดมาก รอให้มันถึงขั้นที่สามีมาพูดกับเรา แล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกที
- แต่ละคน แต่ละครอบครัวถูกเลี้ยงดูมาต่างกัน วัฒนธรรมของที่บ้านก็คิดอีกอย่าง ส่วนวัฒนธรรมของเราก็อีกอย่าง ลองถามพ่อแม่เราดูก็ได้
ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "อย่ามองข้ามพื้นฐานเด็ดขาด รวมถึงไม่เพิกเฉยต้นกำเนิดใด ๆ ทั้งสิ้น คุณจะให้ต้นไม้นั้นยืนหยัดได้นานเพียงใด ถ้ามันไม่มีรากแก้ว"
- หลายคนมากที่เพิกเฉยต้นกำเนิด และพื้นฐานของชีวิต เช่น ความรู้พื้นฐานหรือทักษะพื้นฐาน
- เมื่อเราเพิกเฉยไปนานวันเข้า เราก็จะเริ่มสั่นคลอน ซึ่งมันไม่ใช่เพียงแค่ชีวิต แต่ความคิดและทัศนคติเราด้วย
- เหตุกับผลย่อมตรงตามกัน ไม่ผิดแผกจากกัน เพราะเหตุย่อมนำมาซึ่งผลแค่นั้นเลย
- หากเราต้องการความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน เราก็จำเป็นจะต้องมีพื้นฐานที่สำคัญที่เกี่ยวโยงกับความสัมพันธ์ที่ดี
- ทั้งนี้ พื้นฐานต่าง ๆ วิชาที่เริ่มต้นรหัสด้วย 101 ก็คือวิชาที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยต้องเรียน แล้วมันคือวิชาชีวิต 101
หนังสือ The Trading Game: A Confession ของ Gary Stevenson
- เกมของความโลภ ความกลัว และความหวัง ก็คือเกมการเทรด
- ไม่มีใครจะชนะตลาดได้เลย แม้แต่คนเดียว มีแต่คนที่เลือกมาชนะตัวเองเมื่อวานนี้เท่านั้น
- มันเป็นงานที่เราจะแพ้ แต่มันยากมากที่เราจะชนะ แล้วหนทางนั้นยาวไกลเกินกว่าที่เราคาดคิดไว้มาก
- การเทรดมันอยู่ที่จิตวิญญาณ ถ้าเราอยากชนะ เราต้องเริ่มต้นจากศูนย์เสมอ ไม่คิดไกลเกินตัวแล้วค่อย ๆ ทำ
- แล้วถ้าหากเราต้องการอยากอยู่ในวงการเทรดจริง ๆ สงสัยเราควรจะต้องเริ่มจากการทำงานในแบงก์ก็เป็นได้
มีคนมาปรึกษาว่า เป็นเด็กจบใหม่ผิดมากไหมคะ ที่เรียนรู้งานไม่เร็วเท่าคนมีประสบการณ์มาเป็น 10 ปี
- เด็กใหม่ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีประสบการณ์อยู่แล้ว บริษัทก็เลยอยากได้คนที่เคยผ่านการฝึกงานมาบ้าง
- เรียนรู้ รับรู้ และตกตะกอนให้ได้ว่า อะไรที่เราถนัด เราทำได้ดีเยี่ยม สิ่งนั้นจะเป็นจุดแข็งของเราต่อไป
- บริษัทก็ต้องการพนักงานที่เก่ง และส่วนใหญ่แล้วคนที่เก่งจริง มักจะเลือกบริษัทเฉกเช่นเดียวกัน
- ประสบการณ์ 10 ปีกับมือใหม่ มันต่างกันมาก เหมือนเกมกีฬาเลยที่เราต้องใช้เวลาฝึกฝนตนเอง
- เข้าใจดีว่าความรู้สึกของเด็กจบใหม่ที่โดนเปรียบเทียบ และเข้าห้องดำบ่อย ๆ เป็นอย่างไร มันคือคำถามที่เราต้องถามตัวเองว่าเราเหมาะกับที่นี่จริงไหม
ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ผมคิดถึงจุดที่คนส่วนใหญ่มักจะเริ่มมีปัญหาทางการเงิน รวมไปถึงถังแตกเพราะเกิดจากการใช้จ่ายเกินตัวที่เราไม่ได้มีความสุขที่ได้มันมาด้วยซ้ำไป มันคือความสูญเสียเป็นสองเท่า ซึ่งมันไม่ใช่คุณที่เจอปัญหา แต่มันคือการที่เราจะไม่มีความสนุกในการใช้ชีวิตเมื่อเราถึง ณ จุดนั้นจริง"
- ความสนุกของการใช้เงิน กับความทุกข์ของการใช้หนี้มันเทียบเท่าไม่ได้เลย
- มนุษย์มักจะมีทีท่าของการสูญเสีย หรือการเจอปัญหามากกว่าการพบเจอความสุขหลายร้อยเท่า
- หลีกเลี่ยงปัญหาระยะยาวด้วยการเผชิญหน้ากับความจริงตรงหน้าก่อน เพราะต้นทุนของการไม่เผชิญหน้ากับปัญหาสูงกว่ามาก
- ถังแตกได้เพราะบริหารเงินไม่เป็น การจัดการการเงินเป็นทั้งหมดของวิชาการเงินเลย
- ทั้งนี้ อย่าหลงลืมว่าสิ่งที่เราซื้อในแต่ละวัน เราต้องการมันจริง ๆ ไหม แยกให้ออกว่าอะไรจำเป็นจริง ๆ กับจำเป็นต่อใจเฉย ๆ ให้ได้
หนังสือ เพื่อนเก่าที่หายสาบสูญ: สุขภาพดีด้วยการดูแลระบบนิเวศในร่างกาย ของ ชัชพล เกียรติขจรธาดา
- เชื้อโรคเป็นสิ่งที่เราอยู่กับมันมาตลอด แต่แล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้แต่อยู่ที่การวิวัฒนาการ
- ระบบนิเวศ สร้างให้เรามีอากาศใช้ แต่มันก็แฝงไปด้วยความน่าสงสัยว่าทำไมแบคทีเรียในร่างกายจึงจำเป็น
- โอกาสที่เราจะถูกเชื้อโรคฆ่าตายมีอยู่เยอะมาก โดยเฉพาะภูมิแพ้ของตัวเราเอง
- อย่างการทานยาปฏิชีวนะบ่อยทำไมถึงไม่ดี แล้วสิ่งที่ไม่ดีมันคืออะไร ร่างกายหรือตัวยาเอง
- ทั้งนี้ โรคภัยไข้เจ็บอาจจะเกิดจากสิ่งภายนอกเข้ามาในร่างกายก็จริง แต่ภายในร่างกายที่ต้องต่อสู้ก็สำคัญมากกว่า























