Discover
Friendtalkative Podcast
1709 Episodes
Reverse
ข้อความโพสต์จาก Yuval Noah Harari ได้เขียนข้อความไว้ว่า "บางคนนั้นใช้ความน่าฉงนของจักรวาล เช่น บิ๊กแบง ดังหลักฐานที่ชี้ชัดการมีอยู่ของพระเจ้า แต่พระเจ้านั้นได้ให้คำตอบว่าระบบสุริยะ แล้วปรับเปลี่ยนเป็นกฎของโลกใบนี้แทน คนที่ประณามคนที่นุ่งห่มน้อยชิ้น หรือว่าการหย่าร้าง เขาจะมองต่างจากความเป็นจริงไป"
- ยิ่งจักรวาลมีความลึกลับซับซ้อนมากเท่าใด มันก็จะยิ่งทำให้เรามีความรับผิดชอบต่อการแต่งตัวหรือพฤติกรรมทางเพศน้อยลงเท่านั้น
- ปัญหาของโลกนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร แต่มันอยู่ที่มนุษย์นั้นให้ค่า เช่น พระเจ้ามีจริงไหม หรือว่าเราตายแล้วจะเกิดอีกรึเปล่า
- ความซับซ้อนของจักรวาลเป็นเพียงแค่สมมติฐานกว้าง ๆ ว่า มันน่าจะเป็นสิ่งนี้ สิ่งนั้น หรือสิ่งใดก็ตามเท่านั้นเอง
- กฎของโลกกำหนดโดยพระเจ้านั่นจึงเรียกว่า มันเป็นกฎที่เราตั้งมันขึ้นมาว่าสิ่งนี้ควรทำ สิ่งนี้ไม่ควรทำ
- ความเชื่อมีอยู่จริง แต่ความเชื่อที่ขาดศรัทธาที่ถูกต้องก็ย่อมเป็นความงมงายไป มันต้องมีหลักที่เรียกว่าเราควรเชื่อในอะไร
หนังสือ Made Whole: The Practical Guide to Reaching Your Financial Goals ของ Tiffany the Budgetnista Aliche
- เจ้าแม่การเงินที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพการเงินที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
- เริ่มจากจัดการหนี้สินที่เสียก่อนเลย อะไรที่เราจัดการได้ต้องเริ่มจากดอกเบี้ยสูงก่อนอันดับแรก
- ให้ลองทำกระดาษจดรายรับและรายจ่ายเอาไว้ด้วย พร้อมกับใส่สินทรัพย์และหนี้สินด้วยก็ดีเหมือนกัน
- สิ่งที่ยากที่สุดในการเริ่มต้นจัดการ การเงินนั่นก็คือเราไม่รู้ว่าการเงินของเราควรจะเป็นแบบไหน อะไรคือการเงินที่ดีจริง
- การจัดการงบประมาณเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเรามีเงินก้อนนึงเราควรจะเอาไปทำอะไรก่อนแล้วควรทำอะไรหลัง
มีคนมาปรึกษาว่า ขอรบกวนขอความเห็น กำลังใจ หรือข้อคิดมุมมองต่าง ๆ หน่อยค่ะ เรื่องนี้เราตัดสินใจเลิกกับแฟนไปเรียบร้อยแล้ว แต่มีความรู้สึกหนักหัวใจมาก รู้สึกผิดมาก ๆ ที่เดินออกมา คบกับแฟนมา 3 ปีค่ะ เป็นรักทางไกล เจอกันเดือนละ 1-2 ครั้ง เรามีภาระทางการเงินส่วนตัวกันอยู่แล้วค่ะ แต่ส่วนตัวเราเองบริหารจัดการได้โดยไม่เดือดร้อนอะไร เวลาเจอกันค่าใช้จ่ายจะหารกันทั้งหมด ทั้งกิน เที่ยว ค่าน้ำมันรถ เราแฟร์มากเพราะไม่อยากรู้สึกเอาเปรียบเขา แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เราออกเงินไปก่อน แต่เขาก็ไม่มีการทวงถาม หรือขอแชร์กัน ส่วนตัวเราก็ปล่อยผ่านค่ะ แต่ปัญหาคือตลอดช่วงที่คบหากันแฟนยืมเงินบ่อยมาก ๆ ทั้งเงินสด บัตรเครดิตเพื่อรูดซื้อของ กดเงินสดจากบัตรก็มี ซึ่งเราก็พยายามเข้าใจเขานะคะ ว่าเขาจำเป็นต้องใช้ แต่มีการทยอยจ่ายมาทุกเดือน แต่ปัญหาที่ทำให้เรารู้สึกหนักใจที่สุดก็คือ ครั้งแรกเรามารู้ว่าเขาเล่นพนันเสียเงินหลักหมื่น ครั้งที่สอง เติมเกมส์เกินวงเงิน วิธีการคือต้องเชื่อมบัตรเครดิตเพื่อตัดยอดเงิน ซึ่งมันเป็นบัตรของเราค่ะ เขาทำบัตรเครดิตไม่ได้ติดเครดิตบูโรอยู่ ครั้งที่สาม เรื่องเติมเกมส์อีกครั้งค่ะ เขาขอให้เราช่วยตัดบัตรเครดิตให้ แต่ครั้งนี้เราไม่ได้ทำให้ และเป็นครั้งที่ทำให้เราตัดสินใจเดินออกมาจากจุดนั้น แล้วการตัดสินใจของเราก็คือ ระหว่างที่เขาใช้เงินกับสิ่งที่ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มใด ๆ เขาควรเอาเงินส่วนนั้นมาคืนเราก่อน การจัดลำดับความสำคัญของเขาผิดไป และทำให้เรารู้สึกว่าวางแผนอนาคตกับเขาไม่ได้เลย จึงตัดสินใจเลิกกับเขาไปค่ะ เขาก็เสียใจ เราก็เสียใจ แต่เราคิดว่าเราคงไปแบบนี้ต่อไปไม่ไหว แต่ความรู้สึกผิดมันแย่มาก ๆ ค่ะ ไม่รู้จะจัดการยังไงดี ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ
- มันไม่มีคำว่าผิดหรือถูกในการตัดสินใจเรื่องความสัมพันธ์จริง ๆ เลย
- เมื่อเหตุการณ์หนึ่งปะทุขึ้น อีกเหตุการณ์ย่อมตามมาเป็นผลต่อเนื่องที่ขาดกันไม่ได้
- ปัญหาใหญ่คือ เราตัดสินใจไปแล้วแต่เรายังรู้สึกผิดอยู่ เหมือนว่าเราตัดสินใจทิ้งใครบางคนไว้ข้างหลัง
- ถือคติว่า เราหาคู่ชีวิต หาคนร่วมทุกข์และร่วมสุข ถ้าเราอดทนก็แล้ว ฝืนก็แล้ว คู่ของเรายังไม่ดีขึ้น การทบทวนย่อมต้องเกิดขึ้น
- ทุกครั้งที่ตัดสินใจอะไรใหญ่ ๆ เช่น จะคบหาใคร จะเลิกกับใคร จงเน้นย้ำว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราให้ค่ากับมัน
ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "หลายคนมากที่มักจะเจอช่วงเวลายากลำบากในการตัดสินใจ เพียงเพราะเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าสิ่งใดสำคัญจริง ๆ สำหรับเขา เมื่อคุณรู้ชัดว่าอะไรสำคัญ การตัดสินใจจะง่ายดายมากยิ่งขึ้น หากว่าคุณได้ตัดสินใจไปแล้ว คุณจะไม่จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ใด ๆ เพื่อที่จะต้องทำมันเลย มันชัดเจนว่าอะไรที่คุณได้ตัดสินใจไปนั้น มันต้องกระจ่างแจ้งในเรื่องการจัดลำดับความสำคัญ เพราะหลายคนไม่ต้องการคำแนะนำความมีประสิทธิผลหรือการจัดการเรื่องเวลา เขาแค่ต้องการมีความเชื่อมั่นเท่านั้นเอง"
- ไม่มีอะไรสลักสำคัญไปมากกว่า การจัดลำดับความสำคัญของการตัดสินใจ
- เหตุการณ์ในชีวิตจะมี 2 เหตุการณ์หลักก็คือ 1. เหตุการณ์ใหญ่ (Major Event) กับ 2. เหตุการณ์ย่อย (Minor Event)
- จงใส่ใจกับเหตุการณ์ใหญ่ ๆ และไม่เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ย่อยอย่างเด็ดขาด
- เมื่อเราฝึกฝนการตัดสินใจบ่อย ๆ เราจะเชี่ยวชาญและมีความเฉียบคมมากยิ่งขึ้น
- สิ่งที่ขวางกั้นเราออกจากการตัดสินใจ ก็คือการกลัวการตัดสินใจ ชีวิตต้องการความกล้าเพื่อเลือกวิถีทาง
หนังสือ Hidden Potential: The Science of Achieving Greater Things ของ Adam M. Grant
- การสร้างบางสิ่งย่อมต้องใช้เวลา แล้วนั่นแหละเป็นอัญมณีที่ล้ำค่าที่สุดในตัวของเรา
- กว่าจะมีวันนี้ ก็ต้องผ่านพ้นวันนั้นมาให้ได้ คนที่ไม่รู้ว่าชีวิตที่เป็นอยู่ที่ดี สร้างมาอย่างไร เขาจะหวาดกลัวทุกวัน
- ไม่มีทางง่ายในการจะเจอศักยภาพที่แท้จริงของตนเอง จงหมั่นถามไถ่ตัวเองอยู่เสมอว่าตัวเราสามารถทำอะไรแบบว้าว ๆ ได้บ้างไหม
- หนทางที่ยากคือคำตอบของคนที่จะเจอศักยภาพอันหาได้ยากยิ่งในตนเอง อย่าไปมัวแต่กลัวปัญหา เพราะปัญหาทำให้เรามีปัญญา
- คิดในมุมโอลิมปิก ไม่ใช่คิดแต่ในมุมของการเอาชนะคนอื่น เนื่องจากระดับโลกคือระดับที่เราต้องหมุดหมายไป จะถึงไหมอีกเรื่อง
มีคนมาปรึกษาว่า ขอพื้นที่ระบายและปรึกษาค่ะ ครอบครัวสามีมีพี่น้องทั้งหมด 3 คน คนที่ 1 ทำงานบริษัทกำลังไปได้ดี แต่มามีแฟนในบริษัทกันเอง บริษัทเลยเลือกให้คนใดคนหนึ่งออกจากงานนั้น ซึ่งพี่ชายก็เลือกที่จะลาออกเอง ให้แฟนทำต่อ คนที่ 2 พี่สาวรับราชการ เขาก็ไปได้ดีเหมือนกัน ไม่มีปัญหาทางการเงินใด ๆ ทั้งสิ้น คนที่ 3 ก็คือสามีเราเองทำอาชีพอิสระ สืบเนื่องจากคนที่ 1 ลาออกจากงาน แล้วอายุเกือบจะ 40 ปีแล้ว หางานทำงาน เลยออกมาเลี้ยงวัว โดยไม่มีทุนทรัพย์ใด ๆ ทั้งสิ้น เลยใช้โฉนดของพี่น้องไป ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์) ครั้งแรกกู้มา 1 ล้านบาท ครั้งที่ 2 เพิ่มอีก และอีกหลาย ๆ ครั้ง เพิ่มไปจนถึง 3 ล้านบาท แต่ไม่ยอมบอกพี่น้อง โดยแอบให้พ่อเซ็นมอบอำนาจแล้วไปกู้เองเลย ต่อมาเงินไม่พอใช้จึงเอาที่ดินของตนเอง ในส่วนของตัวเขาเอง ไปแบ่งขายกินเรื่อย ๆ และอีกส่วนก็ทำโครงการบ้านขาย ซึ่งคนทำโครงการก็จ่ายเงินไม่หมด ผัดวันประกันพรุ่ง ทำให้สภาพการเงินของพี่ชายไม่คล่องตัว ล่าสุดเดือนที่ผ่านมาเอา ส.ป.ก. (คือเอกสารแสดงการครอบครองที่ดินที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) ของพ่อปู่ซึ่งยังไม่ได้แบ่งซึ่งก็มีส่วนของน้อง ๆ ไปเข้า ธ.ก.ส. อีก เพื่อที่จะได้มีเงินใช้ แล้วก่อนหน้านี้พี่ชายก็เอาที่ดินละแวกบ้านน้อง ๆ ไปขาย ซึ่งไม่ใช่ที่ตนเอง และเอามาเล่นหุ้น เที่ยวผู้หญิงจนหมด เหตุการณ์ที่ผ่านมาก็คิดว่ามีคนถือหางพี่ชายเอาไว้ ก็คือแม่ของเขาเอง พอมีลูกมีภรรยาก็ไม่เคยดูแลลูกเลย ดูแต่มือถือ จนลูกเป็นออทิสติกเทียม กับข้าวไม่ทำ บ้านไม่กวาด จานก็ไม่ล้าง ทำแต่งาน แม่ก็รักพี่ชายมาก จนไม่ฟังอะไร น้อง ๆ ทุกคนก็พูดอะไรไม่ได้แม้แต่นิดเดียว เรื่องบางเรื่องพี่สาวก็ไม่เคยรับรู้ เพราะอยู่ไกลบ้านมาก แต่เรากับสามีอยู่ใกล้ รู้ทุกเรื่องที่เขาจะคิด จะทำ เราก็เลยขอแค่สิทธิ์ของเราไว้ให้ลูก ๆ บ้าง ต่างคนก็ต่างมีครอบครัวกันทุกคน เราเหนื่อยมากกับเรื่องแบบนี้ จะไม่ยุ่งเดี๋ยวสามีเราก็จะไม่ได้มรดกอะไรเลย เรากับสามีก็เลยไม่คุยกับพี่ชายเลย หน้าก็ไม่มอง เลยอยากรู้ว่าจะจัดการกับคนแบบนี้ยังไง ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ
- จำไว้อย่างนึงว่า อะไรที่เป็นของเรา ย่อมเป็นของเราอยู่วันยังค่ำ
- และสิ่งใดก็ตามที่ไม่ใช่ของเรา มันก็ย่อมไม่เป็นของเราอยู่ดี อย่าไปกังวลในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว และยังมาไม่ถึงเลย
- ทำเหตุที่ดีให้ถึงพร้อมจะดีกว่า ถ้ามันเป็นของเราจริง ๆ มันจะพิสูจน์ด้วยระยะเวลาว่ามันจะอยู่กับเราได้นาน
- เคยสังเกตไหมว่า คนที่งานที่ไม่ดี สีเทาบ้าง สีดำบ้าง เงินพวกนี้มันจะเรียกว่าเงินร้อน คือมาไวก็ออกไปเร็ว
- ไม่มีอะไรที่สลักสำคัญไปเท่ากับการกระทำของเรา หมั่นสำรวจความคิด คำพูด และการกระทำของเราให้ดีที่สุด
ข้อความโพสต์จาก Ryan Holiday ได้เขียนข้อความไว้ว่า "คุณรู้หรือไม่ว่า อะไรเป็นที่มาของปัญหาในความสัมพันธ์ การมีความเห็นในสิ่งที่ไม่จำเป็นจะต้องมีความเห็นจากมัน ให้คิดถึงมันหน่อย ไม่ว่าจะเป็นคู่ครองของคุณ พ่อแม่ของคุณ ลูกของคุณ และการปะทะในความเห็นที่ไม่ได้มีผลอะไรต่ออีกฝ่ายเลย คุณเคยมีความเห็นเกี่ยวกับทรงผมของเขาไหม คุณเคยรู้สึกว่าแนวเพลงของเขามันแปลกไปสำหรับคุณ รวมไปถึงเพื่อนคุณมันสำคัญเหรอที่คุณจะคิดถึงเขาอย่างไร Marcus Aurelius ได้กล่าวไว้ว่า สิ่งต่าง ๆ ไม่ได้ถามเพื่อให้คุณตัดสินใจ แล้วเขาเขียนในหนังสือ Meditations จงจำไว้ว่าคุณไม่ได้มีอำนาจในการแสดงความเห็นใด ๆ เลย สิ่งต่าง ๆ ที่จะดีขึ้นได้โดยปราศจากคุณตัดสิน มันลอยตัวจากคุณ ถ้าคุณปรารถนาอย่างมากที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ มีเพียงการกระทำง่าย ๆ ก็คือออกความเห็นให้น้อยลงแค่นั้น"
- ทุกคำวิจารณ์มักจะมีนัยยะที่สอดแทรกเข้าไปอยู่ ซึ่งเราต้องระมัดระวัง
- คนส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นของตัวเอง ว่าสิ่งที่ฉันคิดมันคือสิ่งที่ถูกต้อง
- เหมือนว่าหากว่าใครไม่ได้ถามอะไร ก็อย่าไปแนะนำหรือสอนเขาเหล่านั้นจะดีที่สุด
- คนที่เป็นที่ปรึกษามักจะหลงลืมว่าคำของเรา หรือสิ่งที่เรากำลังจะพูดมันไปทำให้เขาต้องเปลี่ยน
- ไม่ต้องออกความเห็นก็ไม่ได้แปลว่าไม่ให้พูด แค่เราเปลี่ยนเรื่องที่สนทนาบ้าง หรือว่าบางทีการรู้จักรับอารมณ์บ้างก็ดีเช่นกัน
หนังสือ The Wisdom of Morrie: Living and Aging Creatively and Joyfully ของ Morrie Schwartz
- กลุ่มคนที่สนทนากันเรื่องความยั่งยืนของชีวิต จะสำคัญเท่ากับความสมบูรณ์ของชีวิตหรือ
- ปรึกษาหารือกันในเรื่องของชีวิต เป็นเรื่องยากลำบาก เพราะว่ามันอาจจะไปกระทบใจคนบางคนได้
- ทุกการสนทนาล้วนมีคุณค่า โดยเฉพาะคนที่มีความคิดเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ
- วันใดที่เป็นวันที่สำคัญที่สุด ก็คือวันที่เราได้ตระหนักถึงคุณค่าของตัวเราเอง
- ความสุขของชีวิตคือการได้พูดได้คุย อย่าลืมหาคนที่เราพอที่จะพูดคุยได้บ้างเพื่อความสุขมวลรวม
มีคนมาปรึกษาว่า ช่วยกอดหน่อยได้ไหมคะ เพิ่งเคยโดนทิ้งเป็นครั้งแรกจากแฟนคนแรก ไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่เลย
- กอดแน่น ๆ สักหนึ่งครั้ง ก่อนที่เราจะเริ่มต้นชีวิตครั้งใหม่ด้วยใจที่เบิกบาน
- การกอดมีความสำคัญอย่างยิ่ง อย่างน้อยมันหลั่งสารโดพามีน และออกซิโตซินระหว่างทางด้วย
- ไม่มีใครรักเราได้เท่าพ่อแม่เราแล้ว คำนี้ใช้ได้กับบางครอบครัว และบางพ่อแม่ที่มีความเป็นพื้นที่ปลอดภัย
- ถ้าเราสามารถปรึกษาพ่อกับแม่ได้ ก็ลุยเลยบางทีมันช่วยให้เราเข้าใจตัวเราเองมากขึ้นอีกมุม
- คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนมักจะมองเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก แต่ในวัยของเราย่อมเป็นเรื่องใหญ่เพราะมันคือครั้งแรก
ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "กุญแจของการมีชีวิตที่ดีก็คือการที่เราไม่เอาอะไรมากมายไปกว่านี้เยอะ ให้ความใส่ใจเกี่ยวกับความน้อยนิดของมัน และสนใจเกี่ยวกับอะไรที่มันจริงและมีความสำคัญ ณ ตอนนี้จริง ๆ ด้วย"
- ปัญหาของชีวิตส่วนใหญ่ก็คือ เราไม่รู้ว่าอะไรที่สำคัญจริง ๆ สำหรับเรา
- แล้วถ้าหากว่าเราสามารถทำให้มันดีขึ้นได้จริง เราก็จะสามารถเรียนรู้ปัญหาได้เยอะขึ้น
- ความมากมายไม่ได้แปลว่ามันดีกว่าความน้อยนิด มันอยู่ที่เราใช้มันจริงว่า เราใช้ไปเท่าใด
- รับรู้และเรียนรู้ให้ได้ว่า ชีวิตสอนอะไรกับเรา แล้วเราจะสังเกตอะไรได้จากสิ่งเหล่านั้นบ้าง
- ชีวิตที่ดีคือชีวิตที่ทุกคนอยากเป็น แต่ไม่ใช่ทุกคนจะได้เป็น สำรวจตัวเองแล้วเลือกวิถีทางของชีวิตให้ดี
หนังสือ Can't Hurt Me: Master Your Mind and Defy the Odds ของ David Goggins
- เมื่อชีวิตมาบอกกับเราว่า ไม่มีอะไรทำร้ายเราได้ นอกจากตัวของเราเอง
- การที่จะควบคุมกายหรือใจนั้น จำเป็นจะต้องสังเกตให้ได้ว่าเราจะควบคุมมันไปยังทิศทางใด
- ปมปัญหาในวัยเด็กเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต แต่มันจะงอกไปทางใดทางหนึ่งแน่นอน
- เรียนรู้ให้ได้ว่า การจะฝึกฝนอะไรบางสิ่งบางอย่างจะต้องมีคำว่าสมดุลอยู่ในนั้น บางตัวอย่างการทำตามทั้งหมดอาจจะเกิดผลเสีย
- อ่านหนังสือเล่มนี้อย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ทางบวกมากที่สุดก็คือ อ่านอย่างมีสติ และใช้วิจารณญาณด้วยว่าเราไหวแค่ไหน
มีคนมาปรึกษาว่า ขอระบายจากใจลูกคนเล็กนะคะ เราเป็นลูกสาวคนเดียว และเป็นคนสุดท้องของบ้าน เรามีพี่ชายทั้งหมด 4 คนแต่ไม่ได้สนิทกัน เราถูกเลี้ยงจากลุงกับป้า ก็คือเขาเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของพ่อ เนื่องจากพ่อแม่มีลูกเยอะ และทางบ้านก็อยู่ห่างไกลความเจริญ พ่อเราเป็นคนขยัน แต่ขี้กลัว ขี้เกรงใจ ไม่มีภาวะผู้นำ จะให้แม่เป็นผู้นำไปเสียทุกเรื่อง แต่ก็พังทุกเรื่องเช่นกัน แม่เป็นคนใช้เงินเก่ง อารมณ์หุนหันพลันแล่น ด่าแรง ๆ บางทีก็ชอบขว้างปาข้าวของใส่เวลาโมโห แล้วก็มีปัญหาเรื่องการเงินกับพ่อแม่ ส่วนใหญ่จะเป็นกับแม่ค่ะ เราบอกพ่อว่า พ่อจะมีบ้านอยู่ มีข้าวกิน ไม่อดอยาก ส่วนแม่ก็ยังอยู่กับพ่อทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราก็ให้เงินใช้ตามสมควร ไม่มากมาย เพราะเราเองก็ต้องสร้างชีวิตให้มั่นคง พอให้มากแม่ก็ชอบใช้หมด แล้วมาขโมยของพ่ออีก เราต้องให้แยกกันตลอด แถมเราก็ต้องให้ป้าด้วยค่ะ รักป้ามากเสียใจที่ลุงจากไปเร็ว วันที่แม่เราที่อายุ 70 ปีกว่ากลับไปเล่นพนันอีก เอาสร้อยทองที่ซื้อไปขาย ตั้งแต่แรก ๆ ที่ให้เลย และพยายามมาขอเงินญาติแถมก็มาขอเงินเราด้วย แบบไม่รู้สึกผิดอะไร ล่าสุดก็ไม่มีใครให้แม่แล้ว แต่ก็ไม่เข้าใจว่าแม่มีจิตสำนึกว่าต้องรู้สึกผิดบ้างไหม ทำไมเขาไม่รู้สึกผิดอะไรเลย ทำเหมือนเดิม แม้อายุมากขึ้นก็ไม่ช่วยอะไร เราก็แค่ทำหน้าที่ลูก ไม่อยากให้เขาลำบากมากเกินไป แต่ก็ตั้งใจจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องหนี้สินอีกเด็ดขาด ขอบคุณนะคะที่อ่านจบ แค่อยากบอกว่าบางทีพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ก็ไม่ได้ประเสริฐเท่าผู้ที่เลี้ยงดูด้วยความรักค่ะ
- คำคมในเรื่องนี้ก็คือ พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ก็ไม่ได้ประเสริฐเท่าผู้ที่เลี้ยงดูด้วยความรัก
- เมื่อชีวิตมาสอนเราว่า ไม่มีใครได้ทุกอย่าง การที่เราคิดได้ คิดเป็น และรู้อยู่ อยู่เป็นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
- ป้ากับลุงอาจจะสอนเรามาดีก็ได้ รวมไปถึงเราเองอาจจะเป็นคนที่รักดีก็ได้เช่นกัน
- ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คงน่าจะเป็นเรื่องการเงิน หนี้สิน และความรับผิดชอบ แถมเราเองเป็นลูกก็ทำหน้าที่ต่อไป
- ความยากลำบากมากที่สุดในชีวิตก็คือ เราถูกสอนว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเป็นเปรียบเสมือนพระอรหันต์ของบ้าน แต่ความจริงอาจจะเป็นคนที่เลี้ยงดูเราเสียมากกว่า
ข้อความโพสต์จาก Ray Dalio ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ฉันมักจะเห็นผู้คนมักจะมีความเห็นที่ผิดและการตัดสินใจที่ผิดตาม แม้ว่ามันจะคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในอดีตก็ตามแต่ รวมไปถึงว่าเขาก็มักจะแก้ปัญหาอย่างไร้เหตุผลและก็มีภัยคุกคามต่อไป ฉันใช้ความคิดว่าพวกเขาเหล่านั้นจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงใหญ่ได้ เมื่อเขาเห็นจุดบอดของตนเอง แต่ว่านั่นอาจจะไม่ใช่คำตอบทั้งหมด มันมีเฉพาะบางคนเท่านั้นที่ฉันเคยได้ยินมาว่า เขาคนนั้นถอนตัวกับเหตุการณ์ที่เขาไม่สามารถให้ความเห็นได้อย่างดีเยี่ยม สำหรับเฉพาะพื้นที่ที่เจาะจงดังกล่าว จงอย่าพนันกับคนที่เขาปกป้องตัวเอง แล้วปกป้องเขาเหล่านั้นอีกแรงหนึ่ง หรือว่าดีกว่านั้น นำเขาไปในบริบทที่เป็นไปไม่ได้ เพื่อให้เขาสร้างการตัดสินใจที่เขาไม่ควรสร้างมัน"
- ไม่คาดหวังให้ผู้คนที่รับรู้และทดแทนจุดบอดของตนเอง
- น้อยคนมากที่จะมีคนที่รู้จุดบอดของตนเองอย่างแจ่มแจ้ง
- การนำผู้คนไปอยู่ในจุดที่เป็นไปไม่ได้ ก็มักจะเห็นจุดบอดที่ชัดเจนที่สุด
- แล้วหากว่าจำเป็นก็ไม่ควรผลักดันเขาไปในจุดที่ไม่ใช่นานเกินไป เพียงแค่ทดสอบเฉย ๆ พอ
- บางคนอาจจะเจอในจุดที่ไม่ใช่แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงไม่ใช่ บางสิ่งอาจจะต้องใช้เวลาเป็นตัวพิสูจน์
หนังสือ Misbelief: What Makes Rational People Believe Irrational Things ของ Dan Ariely
- การเชื่ออะไรยาก ๆ มันอยู่ที่พฤติกรรมของมนุษย์ทุกคน
- แต่การที่คิดว่าเรามีเหตุผลแบบนั้นไม่ใช่เลย เพราะทุกคนมักจะมีอคติร่วมเสมอ
- มันจะมีบางชุดความคิดที่เรายึดถือมัน นั่นจึงเป็นที่มาของความเชื่อต่าง ๆ ในโลกใบนี้
- แต่เทคโนโลยีในอนาคต จะทำให้เรายิ่งเชื่ออะไรยากขึ้น จนถึงขั้นเราไม่เชื่อในสิ่งใดอย่างแท้จริง
- ความคิดที่เกิดขึ้นมา มันเกิดจากการเลือกทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่มีใครจูงความคิดเราได้นอกจากตัวเราเอง
มีคนมาปรึกษาว่า คนที่โดนนอกใจ แล้วผ่านเหตุการณ์นั้นมาแล้ว จะรับมือจัดการอารมณ์กับความรู้สึกของตัวเองอย่างไรได้บ้างคะ ตอนหลับตาแล้วนึกภาพตามมันเหมือนว่าเขารักคนอื่นไปแล้ว อยู่กับคนอื่น มีอะไรกันกับคนใหม่ของเขา เราคิดว่าเราเดินออกจากชีวิตเขาได้ค่ะ แต่ความรู้สึกส่วนนี้มันชอบผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ ในหัวตลอด ว่าถึงตอนนั้นมันจะเจ็บปวดแค่ไหน เคยผ่านความรู้สึกแบบนั้นมา แต่นานมากแล้ว แถมมันกำลังจะเกิดขึ้นอีก อยากได้ทัศนคติดี ๆ หน่อยค่ะ
- ปัญหาของการนอกใจ มีในทุกยุคทุกสมัย ไม่ใช่ว่ามันคือเรื่องใหม่
- แต่ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นกับเรา ย่อมเป็นเรื่องใหม่สำหรับเราเสมอ
- ผ่านไปให้ได้ ท่องไว้แบบนี้เลย แน่นอนว่าการรักใครมันทรมาน ถ้าหากเรารักคนไม่เป็น
- รักคือการให้ รักคือความเข้าใจ และรักคือการปล่อยเขาไปถ้าวันนึงเขาไม่มีใจให้กับเรา
- รักตัวเองให้มากที่สุด รักตัวเองไม่ใช่การเห็นแก่ตัว แต่มันคือการโอบกอดตัวเองได้ในวันที่ใจเราปวดร้าวที่สุด
ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "จงเป็นหลักในการปรับตัวตามธรรมชาติ เพื่อจะสร้างให้การกระทำครั้งถัดไปดีเยี่ยมมากยิ่งขึ้น"
- ธรรมชาติเป็นสิ่งที่เราต้องน้อมนำให้เข้าใจ ยอมรับและตระหนักรู้
- ไม่มีทางที่เราจะสร้างชีวิตให้ดีได้ ถ้าหากว่าเราไม่เข้าใจคำว่าทิศทางลม
- จังหวะเป็นแม่บทของทุกสรรพสิ่ง เรื่องราวของชีวิตมาสอนเราว่ามันเป็นเพียงแค่นั้นเอง
- ทุกอย่างเกิดแต่เหตุ และดับไปเพราะเหตุ ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นเลยนอกจากเหตุ ๆ นั้น
- การกระทำครั้งถัดไปจะขึ้นอยู่กับการกระทำของเราในอดีตว่า มีทีท่าอย่างไรต่อไป
หนังสือ Same as Ever: A Guide to What Never Changes ของ Morgan Housel
- โลกนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ่งที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติ
- มีแต่ใจเรานั้นที่พยายามดึงรั้งโลกใบนี้ให้อยู่กับเรา โดยที่เราไม่รู้ว่าความสุขมันอยู่ที่ใด
- การลงทุนก็คงไม่ต่างกับธรรมชาติ มันคือสิ่งเดียวกันที่แยกออกจากกันไม่ได้
- ผู้ที่รู้จักธรรมจะรู้จักตน และผู้ที่รู้จักตนจะสามารถเอาชนะใจตนเองได้
- หนังสือหลายเล่มอาจจะเป็นหนังสือที่ดี แต่หนังสือที่ยอดเยี่ยมมีอยู่ไม่กี่เล่มบนโลกใบนี้ หนังสือเล่มนี้ทำหน้าที่นั้น
มีคนมาปรึกษาว่า การที่เรานัดแฟนเก่าไปทานข้าวในฐานะพี่น้องมันจะดูน่าเกลียดไหมคะ
- การกระทำบางอย่างที่บริสุทธิ์ใจแบบตามการกระทำ การกระทำนั้นเป็นเจตนาที่ดี
- บางครั้งเราต้องถามตัวเองก่อนว่า ความรู้สึกของเราคือยังไง ไปเพราะอะไร สนทนากันเรื่องอะไรบ้าง
- สำรวจตัวเองว่าเรามีแฟนใหม่รึยัง รวมไปถึงเรื่องราวต่าง ๆ ของชีวิตมันเหมาะสมไหม แฟนเก่าเขามีแฟนใหม่ไหมแบบนี้
- สังเกตความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายอยู่เนือง ๆ ไม่เอาคำว่าแค่ทานข้าวมาเป็นข้ออ้างในการนัดเจอกัน
- ทุกเรื่องถ้าบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ปรับสถานะกันได้ทั้งสองฝ่าย มันก็เป็นโอกาสของการสร้างมิตรภาพที่ดี
ข้อความโพสต์จาก Mark Minervini ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ในชีวิตของการเทรดนั้น คุณจำเป็นจะต้องพบเจอความผิดพลาด การเทรดมันทำให้คุณสูญเสีย ความกลัวในการสูญเสียนั้นเปรียบเสมือนผีเสื้อก่อนที่คุณจะเจอกับแรงกดดัน เป้าหมายของคุณก็คือ ไม่ได้กำจัดผีเสื้อ แต่จัดเรียงผีเสื้อให้มันเป็นอย่างสิ่งที่ควรจะเป็นนั่นเอง"
- ความสุขของการเทรดก็คือการได้กำไร แต่ในความเป็นจริงแล้วความสุขคือการสร้างให้เป็นระเบียบ
- ไม่ใช่ทุกปัญหาจะนำมาซึ่งความเข้าใจในชีวิต เพียงแต่เราก็ต้องน้อมนำให้มันเป็นความเข้าใจด้วย
- ผีเสื้อคือสิ่งที่เน้นย้ำว่าเราจะต้องประสบปัญหาอย่างแน่นอน เราหนีผีเสื้อไม่ได้แต่เราทำให้มันสวยงามได้
- ปัญหาคือสิ่งที่จะอยู่คู่กับทุกอาชีพ ไม่เว้นอาชีพใดสักอาชีพเดียว จงนำสรรพสิ่งมาปรับใช้กับอาชีพของเรา
- การเทรดไม่ใช่จู่ ๆ จะประสบความสำเร็จเลย มันยากที่จะทำให้มันดีได้ เรียนรู้ให้ได้ว่าแต่ละคนมีวิถีทางต่างกัน
หนังสือ Buffettology: The Previously Unexplained Techniques That Have Made Warren Buffett the World's Most Famous Investor ของ Mary Buffett and David Clark
- โลกของการลงทุน มันมีหลายแง่มุมมากมายเกินคณานับ
- กลยุทธ์ที่จะเอาชนะตลาดได้ก็คือ ศึกษาพื้นฐานบริษัทที่เข้าลงทุน
- บริษัทคือคำตอบ ไม่ใช่หุ้นไม่ใช่ตลาดหลักทรัพย์ หรือไม่ใช่ความร่ำรวย
- ไม่ใช่ทุกการลงทุนจะได้ผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อเลยทันที ต้องใช้เวลาเป็นตัวแปรหลัก
- เมื่อเราสังเกตได้ว่าเซียนหุ้นจะเป็นลักษณะใด เราก็จงทำตามสิ่งนั้นจะได้เดินไปอย่างราบรื่น























