DiscoverFriendtalkative Podcast
Friendtalkative Podcast
Claim Ownership

Friendtalkative Podcast

Author: เพื่อนปรึกษา

Subscribed: 234Played: 4,045
Share

Description

Podcast สาระนานาประโยชน์ เช่นจิตวิทยา ปรัชญา ธรรมะ ฯลฯ และชวนคุยเรื่องปัญหาชีวิตในทุกแง่มุม ผสมผสานอย่างลงตัวด้วยความเชื่อที่ว่า ’ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ’
1723 Episodes
Reverse
หนังสือ How Not To Diet: The Groundbreaking Science of Healthy, Permanent Weight Loss ของ Michael Greger - ยุคสมัยใหม่ของการลดน้ำหนักนั้นคืออะไร เรากำลังทำผิดพลาดอย่างมหันต์กันอยู่รึเปล่า - หลักการง่าย ๆ ก็คือน้ำตาลไม่ใช่สิ่งที่ต้องควรลด แต่ต้องรู้ว่าร่างกายของเรากำจัดน้ำตาลได้ดีเยี่ยมไหมมากกว่า - เหมือนว่าการทำ Fasting ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่เหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าเรามองว่ามันเป็นเรื่องเก่า แต่ทำยังไงให้มันไฉไลกว่าเดิม - การทานอาหารที่มีประโยชน์ก็ย่อมสำคัญกว่า เช่น น้ำตาลจากอาหารขยะก็ไม่เทียบเท่าน้ำตาลจากอาหารที่มีประโยชน์ เป็นต้น - โจทย์เราก็คือ ใช้ชีวิตให้ยืนยาวด้วย แข็งแรงด้วย และก็สามารถมีความสุขไปพร้อมกันด้วย เป้าหมายหลักคือทำอย่างไรให้รักษาร่างกายที่แข็งแรงไปได้นานที่สุด
มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องอยากปรึกษาค่ะ ก่อนหน้านี้เรากับสามี เริ่มมีปัญหากันเรื่องเงิน การเงินสะดุดหนักมาก และเหมือนเขาจะคิดว่า เราคงไม่สามารถจัดการหนี้สินที่มีทั้งหมดได้ ซึ่งหนี้สินของเรากับสามีแยกกันนะคะ จากนั้นสามีก็ขนของเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ซึ่งเป็นของส่วนตัวของเขากลับบ้านของเขาที่ต่างอำเภอกัน โดยเรายังอยู่บ้านเดิมที่เคยอยู่กับเขา แต่เขากลับเอาของไปหมดเลย จนเหลือแค่เสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัวของเขาที่ไม่ได้จำเป็นในชีวิตประจำวันมากนัก เราก็เลยถามไปตรง ๆ ว่า จะเลิกกันเหรอ และคำตอบที่ได้คือไม่ได้จะเลิกกัน แต่คงต้องแยกกันอยู่ เพราะว่าถ้าอยู่ด้วยกันแบบนี้คงไม่มีเงินใช้ และจากการที่คุยกันวันนั้นก็โอเค เข้าใจกันด้วยดี ตอนนี้ก็เลยแยกกันอยู่กับสามีมา 2 เดือน ตลอดเวลาที่แยกกันอยู่ เขาก็จะมาหาเราในทุกวันหยุดของเรา และทุกวันเราก็จะวิดีโอคอลกันตลอด และมันก็รู้สึกว่า เราคิดถึงมากขึ้น รักกันมากกว่าเดิมอีก ซึ่งมันดีต่อใจมากค่ะ ที่เราแทบไม่ได้ทะเลาะกัน มันผิดกับตอนที่อยู่ด้วยกันมาก ๆ ตอนอยู่ด้วยกันคำว่ารัก คำว่าคิดถึงไม่เคยพูดกันเลย ทุกวันมีแต่เถียงกัน พูดไม่ดีใส่กัน แต่ตอนนี้ มันเป็นความรู้สึกเหมือนที่เราเพิ่งคบกันใหม่ ๆ เลยค่ะ เราโอเคที่แยกกันอยู่ แต่ลึก ๆ ก็อยากให้เขากลับมาอยู่กับเราเหมือนเดิม ซึ่งเรื่องหนี้สินที่เรามีเป็นหนี้ในระบบ ซึ่งเราอยู่ขั้นตอนของการจัดการหนี้สินขอผ่อนผันในจำนวนที่น้อยลง และตามกำลังที่ไหว และตอนนี้กำลังหาอย่างอื่นทำเพิ่ม เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น แล้วเราจะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไงดีคะ - การแก้ปัญหามันมีหลายรูปแบบ แต่ยังไงแล้วก็ตามการเงินกับความสัมพันธ์ก็เกี่ยวโยงกันอยู่แล้ว - หากว่าแยกกันอยู่แล้วสบายใจขึ้น การเงินดีขึ้นก็ลองแยกกันอยู่ไปก่อน แล้วมาหาคำตอบว่าเพราะอะไร - บริหารเงิน บริหารความสัมพันธ์ และบริหารเสน่ห์ไปพร้อมกันด้วย บางทีปัญหาใหญ่อาจจะไม่ใช่เรื่องเงิน - สัญญาณของความสัมพันธ์ที่บ่งชี้ว่าอยู่ไกลแล้วดีกว่าอยู่ใกล้ ก็อาจจะหมายถึงว่าเราไม่เหมาะที่จะอยู่ใกล้กันจริงก็ได้ - ทุกความสัมพันธ์มันอาจจะแสดงถึงความสามารถในการอยู่ร่วมกันได้ระดับนึง ต้องสังเกตกันเองว่าเราควรจะจัดวางตัวเองอยู่ตรงที่ใด
ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ไม่ต้องคำนึงถึงว่าอะไรที่คุณคิดหรือรู้สึก รวมไปถึงอะไรที่จะมันจะเกิดขึ้นจริงไหม คุณค่าที่แท้จริงของคุณจะสะท้อนมาจากสิ่งที่คุณตัดสินใจเลือกและการกระทำอยู่แล้วไม่ต้องห่วง" - คำนึงถึงสิ่งที่คุณได้ตัดสินใจและได้กระทำไปจะดีที่สุด - ไม่จำเป็นต้องไปคำนึงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว หรือยังไม่เกิดขึ้นให้มากนัก - วางแผนเท่าที่วางได้ การมีแผนสำรองก็จำเป็นหากทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวังเอาไว้ - ความรู้สึกมันเป็นเพียงแค่ตัวลวงเราเท่านั้น บางคนใช้ชีวิตตามกิเลสที่ตัวเองฟูมฟักมาเอง - ไม่สำคัญว่าอะไรจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา สิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือสิ่งที่เรากำลังสร้างให้มันเกิดขึ้นในอนาคตมากกว่า
หนังสือ ทั้งโลกนี้, มีคนแบบเธอ เพียงคนเดียว ของ ปะการัง - นักเขียนในตำนานที่มีคำพูดที่คมคาย แถมลุ่มลึกไม่เหมือนใครอีกด้วย - ชีวิตไม่จำเป็นจะต้องไปเหมือนใครเขา เพียงเพราะเขามีอย่างที่เขาต้องการนั้นหรือ - ความอยากของคนเราไม่เท่ากัน แสดงว่าความสุขของคนเราก็ต่างกันไปด้วย - มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตอื่น ก็เพียงเพราะเรามีปัญญาในการหาทางออกได้ด้วยตัวเราเอง - เราเป็นแบบเรา เป็นต้นฉบับของตัวเอง ไม่ต้องไปลอกใครเขา ไม่ต้องไปอยากเหมือนเขาเป็นตัวของตัวเองก็พอ
มีคนมาปรึกษาว่า ความสบายใจในวันนี้กับการนึกถึงอนาคตแม้ว่ามันจะลำบากในวันนี้ ควรเลือกอะไรดีคะ - เลือกอย่างสิ่งที่ตัวเองปรารถนาที่จะเลือก - ชีวิตไม่มีผิดหรือถูก มีแต่สิ่งที่เราเลือกและเราได้ตัดสินใจไปก็เท่านั้นเอง - สองสิ่งที่เราต้องคำนึงถึง ก็คือเราต้องตัดสินใจและเลือกให้ดีที่สุด หลังจากที่เราเลือกแล้วรับผลต่อเนื่องที่ตามมาด้วย - รับผิดชอบชีวิตของตัวเองให้ได้ วันหนึ่งเราจะรู้ว่าการอดเปรี้ยวไว้กินหวานคืออะไร รวมไปถึงชิงสุกก่อนห่ามคืออะไรเช่นกัน - ทุกอย่างมีเวลาของมัน วิถีชีวิตของเราไม่มีทางบังเอิญอย่างเด็ดขาด รับรู้ เรียนรู้ และเข้าใจสิ่งที่มันเป็นไปให้ได้
ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ความเจ็บปวดมาก่อนความสุข ความแข็งแกร่งทางร่างกายมาก่อนความแข็งแรง ความผิดพลาดมาก่อนความสำเร็จ และการเรียนรู้ที่จะพูดหรือได้ยินคำว่า ไม่เอา นั่นคือการสร้างความสุขของความสัมพันธ์ในระยะยาว" - ก่อนที่จะมีอะไร เราต้องเริ่มจากจุดเริ่มต้นก่อน ไม่ใช่ว่าเราอยากจะมีจนลืมเหตุที่ควรมี - กระบวนการสร้างต้องเริ่มก่อน เหมือนแสงแรกของวันต้องมาก่อน ไม่ใช่มันจะไม่เกิดขึ้นเลย - ความสุขในวันนี้ก็มีโอกาสที่เราจะทุกข์มาก่อน แต่หากว่าเราไม่เคยทุกข์มาก่อน สุขก็ย่อมไม่มี - เรียนรู้ให้ได้ว่าสิ่งที่เราจะปฏิเสธคำว่า ไม่เอา ไม่ได้ หรือไม่เป็นไร ย่อมเกิดขึ้นบ่อยในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต - สายใยของสายสัมพันธ์มันก็เหนียวแน่นได้ ซึ่งมันเกิดจากการบ่มเพาะร่วมสร้างให้มันแข็งแกร่ง ไม่ใช่มัวแต่ทำลายมันอย่างเดียว
หนังสือ How the World Really Works: A Scientist's Guide to Our Past, Present and Future ของ Vaclav Smil - โลกนี้ขับเคลื่อนด้วย สองสิ่งหลัก ๆ นั่นก็คือ การเมืองกับข่าวสาร - สิ่งที่เราดูโทรทัศน์ หรือสื่อโซเชียลต่าง ๆ มักจะเป็นสิ่งที่ชวนเชื่อมากขึ้นเป็นเท่าตัว - สินค้าและบริการก็เป็นสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องรับรู้ ว่ามันจำเป็นต่อชีวิตเราจริงไหม - พลังงานและสสารต่าง ๆ ต้องสูญเสียไปมากมายมหาศาล เพียงเพราะความโลภของมนุษย์จริงรึเปล่า - อนาคตกาลจะมีการเปลี่ยนแปลงเข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างของโลก สิ่งมีชีวิต รวมไปถึงประเทศแต่ละประเทศด้วย
มีคนมาปรึกษาว่า จะทำยังไงดีคะ เพื่อนแถวบ้านชอบพูดว่าบ้านมึงมีเงิน พ่อแม่สร้างมาให้ เจอแบบนี้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง วันนี้เผลอพูดกลับไปว่าพ่อแม่กูเก็บขยะขายมาก่อน เขาก็ทำให้กูกับพี่กูไง พ่อแม่มึงไม่ทำงานเลย กินแต่เหล้าเบียร์ ใจนึงก็รู้สึกผิดค่ะ อยากขอโทษ อีกใจก็รู้สึกว่าไม่ต้องคุยกันก็ดีจะได้ไม่ต้องเจอคำพูดแบบนี้อีก ควรต้องไปขอโทษหรือเฉย ๆ ไปคะ - ใคร ๆ ก็อิจฉาคนที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามแต่เราต้องรู้จักเก็บอาการบ้าง - บางคนก็เผลอพูดความจริงไป แต่ยังไงความจริงก็คือความจริง มันคือยาขม - ถ้าหากเป็นยาหวานก็คือเราก็ปลอบใจเพื่อนไปบ้าง อวยมันบ้างว่า มันมีดีอะไรในชีวิต - คนเราก็โฟกัสแต่สิ่งที่ตัวเองขาดกันทั้งนั้น ไม่มีใครสนใจสิ่งที่มีเลยสักคนเดียว - การขอโทษในการที่เราพูดความจริงอันเจ็บปวดไปก็สมควร หากว่าอีกคนเขามีภูมิคุ้มกันเรื่องความจริงน้อย
ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "คุณไม่สามารถลบล้างอุปสรรคไปจากชีวิตได้ แต่คุณสามารถพัฒนาทักษะที่จะรับมือกับมันได้เสมอ" - จงควบคุมสิ่งที่ควบคุมได้ และเลิกคาดหวังสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ - โลกใบนี้มีจังหวะของมัน เราควรน้อมนำจังหวะของธรรมชาติให้มากที่สุด - โอกาสไม่ได้มีเข้ามาบ่อย ๆ เช่น เวลาที่เรามีความสุขเราควรสอบทานตัวเองว่าควรปรับปรุงสิ่งใด - เพราะว่าเวลาที่เราเจอปัญหา มันคือเวลาที่เราสู้ไม่ใช่เป็นเวลาที่เราฝึกปรือตนเองได้เลย - เวลาหนึ่งต้องทำสิ่งหนึ่ง อีกเวลาหนึ่งให้ทำอีกสิ่งหนึ่ง ไม่ทับซ้อนกันเด็ดขาด
หนังสือ Size: How It Explains the World ของ Vaclav Smil - เมื่อพูดถึงขนาดเราควรจะพูดถึง ขนาดที่เรากำลังใช้กันอยู่ทุกวัน - มาตรวัดที่ต้องมีความสมมาตร เพียงเพราะมันคือค่าเริ่มต้นของธรรมชาตินั่นเอง - การที่เราจะหารูปแบบใดก็ตาม เราก็ต้องมองภาพนั้นเป็นสี่เหลี่ยม และมันก็อาจจะมีความเป็นสมมาตรมากกว่า - ระดับสติปัญญาของผู้คนในความเป็นจริงแล้ว สามารถเช็ครูปแบบได้ว่ามันจะเป็นรูปแบบใด - ประวัติศาสตร์ได้สะท้อนไปยังมุมมองของผู้คนว่า อะไรที่มนุษย์สามารถวัดค่าได้ มันย่อมเป็นรูปแบบของค่านิยมได้
มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ อยากขอความเห็นค่ะ คือเราชอบเจอคำถามจากญาติ ๆ ว่าเงินเดือนเท่าไหร่ เงินไปไหนหมด เมื่อไหร่จะแต่งงาน เมื่อไหร่จะออกรถ อยู่คนเดียวใช้เงินกับอะไรหมด ไม่ส่งให้ที่บ้านเยอะ ๆ ดูลูกคนนั้นสิ คนนี้สิ ส่งเงินให้พ่อแม่ตั้งเท่าไหร่ เราเบื่อและเหนื่อยมากกับคำถามพวกนี้ แค่คำพูดทั่วไปว่ากินข้าวรึยัง ทำงานเป็นยังไงบ้าง ชีวิตโดยรวมเป็นยังไง กลับกลายไม่เคยได้ยินจากใครเลย ตอนนี้เราไม่กลับบ้านมา 3-4 ปีแล้ว ครอบครัวก็มาหาที่กรุงเทพบ้าง เนื่องจากเราไม่มีรถยนต์ ทำให้เวลากลับบ้านก็ค่อนข้างลำบาก ตอนนี้เงินเดือนเราประมาณ 25,000 บาท หักกองทุนประกันสังคมก็เหลือประมาณ 22,000 บาท เช่าหออยู่แถบกรุงเทพคนเดียว ส่งน้องเรียนมัธยม 5,000 ต่อเดือน ลำพังแค่ตัวเองยังพอแค่เลี้ยงปากท้องเลยค่ะ คือเราใช้ชีวิตเห็นแก่ตัวไปไหมคะ แล้วไม่รู้ว่าเงินเดือนขนาดนี้มันต้องเหลือเยอะแค่ไหนค่ะ - ปัญหาที่คนอยากรู้เรื่องของเราไม่ใช่ของเรา มันคือปัญหาของคนถาม - บางทีเราก็ต้องสังเกตตัวเราเองว่า คำถามไหนสร้างสรรค์ก็ตอบไปบ้าง ส่วนสิ่งใดที่ไม่สร้างสรรค์ก็ไม่ต้องตอบ - เมื่อเราอยู่บนสังคม มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะต้องรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราควรทำ หรือไม่ควรทำ - พอถึงจุดนึงมันไม่มีใครมาบอกว่าเราต้องทำอะไร หรือไม่ต้องทำอะไร มีแต่ตัวเราเองที่ต้องสังเกตทุกเรื่องราวในชีวิต - คำถามเป็นสิ่งที่ดี ถ้าหากเราคิดต่อยอดคำถามนั้นไป เช่น เงินเก็บของเราหายไปไหนหมด บางทีก็เป็นที่เงินเฟ้อ บางทีก็เป็นที่ตัวเรา
ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "โลกนี้ประกอบไปด้วยคนสองประเภทหลัก ๆ ก็คือคนที่ไม่รู้ว่าจะหาเงินได้อย่างไร กับคนที่ไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ควรจะหยุดหามัน - Nassim Nicholas Taleb" - คนสองประเภทที่เราจำเป็นต้องประสบพบเจอไม่ว่าจากตัวของเราเอง หรือคนรอบข้างของเรานั่นก็คือการขาดสติ - สติเป็นองค์ธรรมที่สำคัญในเรื่องของการรู้ว่า วันนี้เราควรหาเงินแล้วเราควรจะหยุดมันตอนไหน - ไม่ใช่ทุกคนจะรู้ว่าตอนนี้เราควรหยุดหรือควรทำสิ่งใด เพียงเพราะมันไม่มีใครมานั่งสอนเราเรื่องของจังหวะเวลา - ความสุขในชีวิตเนื่องด้วยการรู้จักตัวเองเป็นหลัก คนเราไม่ต้องไปตามสังคมทั้งหมด ให้ตามชีวิตที่เราเป็นพอ - เฝ้าสังเกตจิตใจ ความคิด และจิตวิญญาณของตัวเองอยู่เนือง ๆ ว่าอะไรเป็นสิ่งที่สลักสำคัญในชีวิตของเราที่สุด
หนังสือ The Holy Grail of Investing: The World's Greatest Investors Reveal Their Ultimate Strategies for Financial Freedom ของ Tony Robbins with Christopher Zook - จอกศักดิ์สิทธิ์ในการลงทุนนั้นคือ การลงทุนที่เรามั่นใจว่าสินทรัพย์นั้นจะเติบโตในระยะยาว - ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนแบบ Private Investment ซึ่งนิยมมากขึ้นในยุคความผันผวนของตลาดมหาชน - ยังไงแล้วทุกการลงทุนก็ย่อมต้องพิจารณาในเรื่องของการปรับตัว เปลี่ยนแปลง และการสั่นไหวของพื้นฐานสินทรัพย์นั้นด้วย - คนบางกลุ่มมีสายสัมพันธ์ที่ค่อนข้างพิเศษ จึงได้รับการเทียบเชิญให้ไปซื้อหุ้นที่คนส่วนน้อยนั้นลงทุนได้ แต่ในความเป็นจริงยิ่งน้อยยิ่งดี - ถึงแม้ว่าเราอาจจะเป็นประชาชนคนเดินดินธรรมดาสามัญ ทว่า ในวันหนึ่งเราอาจจะมีโอกาสได้ซื้อหุ้นในบริษัทปิดที่เขาเปิดช่วงวิกฤตของบริษัทก็เป็นได้
มีคนมาปรึกษาว่า เงินซื้อความเจ้าชู้ผู้ชายได้ไหมคะ - เงินอาจจะซื้อได้ทุกอย่าง แต่เงินจะซื้อความเจ้าชู้ของผู้ชายให้หายขาดไม่ได้เลย - แต่เงินอาจจะสามารถยื้อเวลาได้เท่านั้น พอผู้ชายมีเงินเองหรือว่าสามารถหาเงินได้เองเขาจะกลับไปเป็นแบบเดิม - ตามหลักฮอร์โมนเพศ ผู้หญิงที่มีเงิน ผู้ชายก็จะรู้สึกอยากครอบครองในช่วงแรก ๆ แต่ในใจของเขานั้นมักจะครุ่นคิดเรื่องของการนอกใจเหมือนเดิม - ความรัก ความเจ้าชู้ และเงิน น่าจะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน นั่นแปลว่าสิ่งที่เรารักในอะไรก็อาจจะหมดรักไปได้บ้าง ซึ่งแต่ละคนก็แตกต่างกันไป - เรียนรู้เรื่องความเจ้าชู้ให้ได้ ว่าอะไรทำให้ผู้ชายเจ้าชู้ จริง ๆ แล้วผู้หญิงที่มีฮอร์โมนเพศชายสูงก็มีโอกาสเจ้าชู้ก็ได้เช่นกัน
ข้อความโพสต์จาก Yuval Noah Harari ได้เขียนข้อความไว้ว่า "บางคนนั้นใช้ความน่าฉงนของจักรวาล เช่น บิ๊กแบง ดังหลักฐานที่ชี้ชัดการมีอยู่ของพระเจ้า แต่พระเจ้านั้นได้ให้คำตอบว่าระบบสุริยะ แล้วปรับเปลี่ยนเป็นกฎของโลกใบนี้แทน คนที่ประณามคนที่นุ่งห่มน้อยชิ้น หรือว่าการหย่าร้าง เขาจะมองต่างจากความเป็นจริงไป" - ยิ่งจักรวาลมีความลึกลับซับซ้อนมากเท่าใด มันก็จะยิ่งทำให้เรามีความรับผิดชอบต่อการแต่งตัวหรือพฤติกรรมทางเพศน้อยลงเท่านั้น - ปัญหาของโลกนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร แต่มันอยู่ที่มนุษย์นั้นให้ค่า เช่น พระเจ้ามีจริงไหม หรือว่าเราตายแล้วจะเกิดอีกรึเปล่า - ความซับซ้อนของจักรวาลเป็นเพียงแค่สมมติฐานกว้าง ๆ ว่า มันน่าจะเป็นสิ่งนี้ สิ่งนั้น หรือสิ่งใดก็ตามเท่านั้นเอง - กฎของโลกกำหนดโดยพระเจ้านั่นจึงเรียกว่า มันเป็นกฎที่เราตั้งมันขึ้นมาว่าสิ่งนี้ควรทำ สิ่งนี้ไม่ควรทำ - ความเชื่อมีอยู่จริง แต่ความเชื่อที่ขาดศรัทธาที่ถูกต้องก็ย่อมเป็นความงมงายไป มันต้องมีหลักที่เรียกว่าเราควรเชื่อในอะไร
หนังสือ Made Whole: The Practical Guide to Reaching Your Financial Goals ของ Tiffany the Budgetnista Aliche - เจ้าแม่การเงินที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพการเงินที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น - เริ่มจากจัดการหนี้สินที่เสียก่อนเลย อะไรที่เราจัดการได้ต้องเริ่มจากดอกเบี้ยสูงก่อนอันดับแรก - ให้ลองทำกระดาษจดรายรับและรายจ่ายเอาไว้ด้วย พร้อมกับใส่สินทรัพย์และหนี้สินด้วยก็ดีเหมือนกัน - สิ่งที่ยากที่สุดในการเริ่มต้นจัดการ การเงินนั่นก็คือเราไม่รู้ว่าการเงินของเราควรจะเป็นแบบไหน อะไรคือการเงินที่ดีจริง - การจัดการงบประมาณเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเรามีเงินก้อนนึงเราควรจะเอาไปทำอะไรก่อนแล้วควรทำอะไรหลัง
มีคนมาปรึกษาว่า ขอรบกวนขอความเห็น กำลังใจ หรือข้อคิดมุมมองต่าง ๆ หน่อยค่ะ เรื่องนี้เราตัดสินใจเลิกกับแฟนไปเรียบร้อยแล้ว แต่มีความรู้สึกหนักหัวใจมาก รู้สึกผิดมาก ๆ ที่เดินออกมา คบกับแฟนมา 3 ปีค่ะ เป็นรักทางไกล เจอกันเดือนละ 1-2 ครั้ง เรามีภาระทางการเงินส่วนตัวกันอยู่แล้วค่ะ แต่ส่วนตัวเราเองบริหารจัดการได้โดยไม่เดือดร้อนอะไร เวลาเจอกันค่าใช้จ่ายจะหารกันทั้งหมด ทั้งกิน เที่ยว ค่าน้ำมันรถ เราแฟร์มากเพราะไม่อยากรู้สึกเอาเปรียบเขา แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เราออกเงินไปก่อน แต่เขาก็ไม่มีการทวงถาม หรือขอแชร์กัน ส่วนตัวเราก็ปล่อยผ่านค่ะ แต่ปัญหาคือตลอดช่วงที่คบหากันแฟนยืมเงินบ่อยมาก ๆ ทั้งเงินสด บัตรเครดิตเพื่อรูดซื้อของ กดเงินสดจากบัตรก็มี ซึ่งเราก็พยายามเข้าใจเขานะคะ ว่าเขาจำเป็นต้องใช้ แต่มีการทยอยจ่ายมาทุกเดือน แต่ปัญหาที่ทำให้เรารู้สึกหนักใจที่สุดก็คือ ครั้งแรกเรามารู้ว่าเขาเล่นพนันเสียเงินหลักหมื่น ครั้งที่สอง เติมเกมส์เกินวงเงิน วิธีการคือต้องเชื่อมบัตรเครดิตเพื่อตัดยอดเงิน ซึ่งมันเป็นบัตรของเราค่ะ เขาทำบัตรเครดิตไม่ได้ติดเครดิตบูโรอยู่ ครั้งที่สาม เรื่องเติมเกมส์อีกครั้งค่ะ เขาขอให้เราช่วยตัดบัตรเครดิตให้ แต่ครั้งนี้เราไม่ได้ทำให้ และเป็นครั้งที่ทำให้เราตัดสินใจเดินออกมาจากจุดนั้น แล้วการตัดสินใจของเราก็คือ ระหว่างที่เขาใช้เงินกับสิ่งที่ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มใด ๆ เขาควรเอาเงินส่วนนั้นมาคืนเราก่อน การจัดลำดับความสำคัญของเขาผิดไป และทำให้เรารู้สึกว่าวางแผนอนาคตกับเขาไม่ได้เลย จึงตัดสินใจเลิกกับเขาไปค่ะ เขาก็เสียใจ เราก็เสียใจ แต่เราคิดว่าเราคงไปแบบนี้ต่อไปไม่ไหว แต่ความรู้สึกผิดมันแย่มาก ๆ ค่ะ ไม่รู้จะจัดการยังไงดี ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ - มันไม่มีคำว่าผิดหรือถูกในการตัดสินใจเรื่องความสัมพันธ์จริง ๆ เลย - เมื่อเหตุการณ์หนึ่งปะทุขึ้น อีกเหตุการณ์ย่อมตามมาเป็นผลต่อเนื่องที่ขาดกันไม่ได้ - ปัญหาใหญ่คือ เราตัดสินใจไปแล้วแต่เรายังรู้สึกผิดอยู่ เหมือนว่าเราตัดสินใจทิ้งใครบางคนไว้ข้างหลัง - ถือคติว่า เราหาคู่ชีวิต หาคนร่วมทุกข์และร่วมสุข ถ้าเราอดทนก็แล้ว ฝืนก็แล้ว คู่ของเรายังไม่ดีขึ้น การทบทวนย่อมต้องเกิดขึ้น - ทุกครั้งที่ตัดสินใจอะไรใหญ่ ๆ เช่น จะคบหาใคร จะเลิกกับใคร จงเน้นย้ำว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราให้ค่ากับมัน
ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "หลายคนมากที่มักจะเจอช่วงเวลายากลำบากในการตัดสินใจ เพียงเพราะเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าสิ่งใดสำคัญจริง ๆ สำหรับเขา เมื่อคุณรู้ชัดว่าอะไรสำคัญ การตัดสินใจจะง่ายดายมากยิ่งขึ้น หากว่าคุณได้ตัดสินใจไปแล้ว คุณจะไม่จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ใด ๆ เพื่อที่จะต้องทำมันเลย มันชัดเจนว่าอะไรที่คุณได้ตัดสินใจไปนั้น มันต้องกระจ่างแจ้งในเรื่องการจัดลำดับความสำคัญ เพราะหลายคนไม่ต้องการคำแนะนำความมีประสิทธิผลหรือการจัดการเรื่องเวลา เขาแค่ต้องการมีความเชื่อมั่นเท่านั้นเอง" - ไม่มีอะไรสลักสำคัญไปมากกว่า การจัดลำดับความสำคัญของการตัดสินใจ - เหตุการณ์ในชีวิตจะมี 2 เหตุการณ์หลักก็คือ 1. เหตุการณ์ใหญ่ (Major Event) กับ 2. เหตุการณ์ย่อย (Minor Event) - จงใส่ใจกับเหตุการณ์ใหญ่ ๆ และไม่เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ย่อยอย่างเด็ดขาด - เมื่อเราฝึกฝนการตัดสินใจบ่อย ๆ เราจะเชี่ยวชาญและมีความเฉียบคมมากยิ่งขึ้น - สิ่งที่ขวางกั้นเราออกจากการตัดสินใจ ก็คือการกลัวการตัดสินใจ ชีวิตต้องการความกล้าเพื่อเลือกวิถีทาง
หนังสือ Hidden Potential: The Science of Achieving Greater Things ของ Adam M. Grant - การสร้างบางสิ่งย่อมต้องใช้เวลา แล้วนั่นแหละเป็นอัญมณีที่ล้ำค่าที่สุดในตัวของเรา - กว่าจะมีวันนี้ ก็ต้องผ่านพ้นวันนั้นมาให้ได้ คนที่ไม่รู้ว่าชีวิตที่เป็นอยู่ที่ดี สร้างมาอย่างไร เขาจะหวาดกลัวทุกวัน - ไม่มีทางง่ายในการจะเจอศักยภาพที่แท้จริงของตนเอง จงหมั่นถามไถ่ตัวเองอยู่เสมอว่าตัวเราสามารถทำอะไรแบบว้าว ๆ ได้บ้างไหม - หนทางที่ยากคือคำตอบของคนที่จะเจอศักยภาพอันหาได้ยากยิ่งในตนเอง อย่าไปมัวแต่กลัวปัญหา เพราะปัญหาทำให้เรามีปัญญา - คิดในมุมโอลิมปิก ไม่ใช่คิดแต่ในมุมของการเอาชนะคนอื่น เนื่องจากระดับโลกคือระดับที่เราต้องหมุดหมายไป จะถึงไหมอีกเรื่อง
มีคนมาปรึกษาว่า ขอพื้นที่ระบายและปรึกษาค่ะ ครอบครัวสามีมีพี่น้องทั้งหมด 3 คน คนที่ 1 ทำงานบริษัทกำลังไปได้ดี แต่มามีแฟนในบริษัทกันเอง บริษัทเลยเลือกให้คนใดคนหนึ่งออกจากงานนั้น ซึ่งพี่ชายก็เลือกที่จะลาออกเอง ให้แฟนทำต่อ คนที่ 2 พี่สาวรับราชการ เขาก็ไปได้ดีเหมือนกัน ไม่มีปัญหาทางการเงินใด ๆ ทั้งสิ้น คนที่ 3 ก็คือสามีเราเองทำอาชีพอิสระ สืบเนื่องจากคนที่ 1 ลาออกจากงาน แล้วอายุเกือบจะ 40 ปีแล้ว หางานทำงาน เลยออกมาเลี้ยงวัว โดยไม่มีทุนทรัพย์ใด ๆ ทั้งสิ้น เลยใช้โฉนดของพี่น้องไป ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์) ครั้งแรกกู้มา 1 ล้านบาท ครั้งที่ 2 เพิ่มอีก และอีกหลาย ๆ ครั้ง เพิ่มไปจนถึง 3 ล้านบาท แต่ไม่ยอมบอกพี่น้อง โดยแอบให้พ่อเซ็นมอบอำนาจแล้วไปกู้เองเลย ต่อมาเงินไม่พอใช้จึงเอาที่ดินของตนเอง ในส่วนของตัวเขาเอง ไปแบ่งขายกินเรื่อย ๆ และอีกส่วนก็ทำโครงการบ้านขาย ซึ่งคนทำโครงการก็จ่ายเงินไม่หมด ผัดวันประกันพรุ่ง ทำให้สภาพการเงินของพี่ชายไม่คล่องตัว ล่าสุดเดือนที่ผ่านมาเอา ส.ป.ก. (คือเอกสารแสดงการครอบครองที่ดินที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) ของพ่อปู่ซึ่งยังไม่ได้แบ่งซึ่งก็มีส่วนของน้อง ๆ ไปเข้า ธ.ก.ส. อีก เพื่อที่จะได้มีเงินใช้ แล้วก่อนหน้านี้พี่ชายก็เอาที่ดินละแวกบ้านน้อง ๆ ไปขาย ซึ่งไม่ใช่ที่ตนเอง และเอามาเล่นหุ้น เที่ยวผู้หญิงจนหมด เหตุการณ์ที่ผ่านมาก็คิดว่ามีคนถือหางพี่ชายเอาไว้ ก็คือแม่ของเขาเอง พอมีลูกมีภรรยาก็ไม่เคยดูแลลูกเลย ดูแต่มือถือ จนลูกเป็นออทิสติกเทียม กับข้าวไม่ทำ บ้านไม่กวาด จานก็ไม่ล้าง ทำแต่งาน แม่ก็รักพี่ชายมาก จนไม่ฟังอะไร น้อง ๆ ทุกคนก็พูดอะไรไม่ได้แม้แต่นิดเดียว เรื่องบางเรื่องพี่สาวก็ไม่เคยรับรู้ เพราะอยู่ไกลบ้านมาก แต่เรากับสามีอยู่ใกล้ รู้ทุกเรื่องที่เขาจะคิด จะทำ เราก็เลยขอแค่สิทธิ์ของเราไว้ให้ลูก ๆ บ้าง ต่างคนก็ต่างมีครอบครัวกันทุกคน เราเหนื่อยมากกับเรื่องแบบนี้ จะไม่ยุ่งเดี๋ยวสามีเราก็จะไม่ได้มรดกอะไรเลย เรากับสามีก็เลยไม่คุยกับพี่ชายเลย หน้าก็ไม่มอง เลยอยากรู้ว่าจะจัดการกับคนแบบนี้ยังไง ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ - จำไว้อย่างนึงว่า อะไรที่เป็นของเรา ย่อมเป็นของเราอยู่วันยังค่ำ - และสิ่งใดก็ตามที่ไม่ใช่ของเรา มันก็ย่อมไม่เป็นของเราอยู่ดี อย่าไปกังวลในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว และยังมาไม่ถึงเลย - ทำเหตุที่ดีให้ถึงพร้อมจะดีกว่า ถ้ามันเป็นของเราจริง ๆ มันจะพิสูจน์ด้วยระยะเวลาว่ามันจะอยู่กับเราได้นาน - เคยสังเกตไหมว่า คนที่งานที่ไม่ดี สีเทาบ้าง สีดำบ้าง เงินพวกนี้มันจะเรียกว่าเงินร้อน คือมาไวก็ออกไปเร็ว - ไม่มีอะไรที่สลักสำคัญไปเท่ากับการกระทำของเรา หมั่นสำรวจความคิด คำพูด และการกระทำของเราให้ดีที่สุด
loading
Comments