DiscoverTK Podcast
TK Podcast

TK Podcast

Author: TK Park

Subscribed: 80Played: 1,596
Share

Description

สารพันเรื่องราวว่าด้วยพื้นที่การเรียนรู้สร้างสรรค์และการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 จุดประกายแนวคิดว่าด้วยอนาคตห้องสมุดและการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล
130 Episodes
Reverse
การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้องคาพยพของการเรียนรู้และการศึกษาทั้งในและนอกระบบถูกโยกย้ายไปไว้ภายใต้ร่มเงาออนไลน์แทบทั้งหมดโดยปริยาย ราวกับว่านี่คือโอกาสให้ผู้คนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้แนวใหม่ที่มีความอิสระและยืดหยุ่นมากกว่าการเรียนในห้องเรียน ในภาวะที่ต้อง ‘อยู่บ้าน หยุดเชื้อ’ เพื่อทำสงครามกับไวรัส การเรียนรู้ออนไลน์กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวและไม่ใช่เป็นแค่ทางเลือก เกิดไอเดียสร้างสรรค์เนื้อหาและเทคนิควิธีการนำเสนอใหม่ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจผู้เรียน ยิ่งเวลาทอดยาวออกไป ความคุ้นเคย การยอมรับ และทัศนคติที่เปลี่ยนไปของทั้งผู้เรียนและผู้สอน จะยิ่งเป็นโอกาสทองของการเรียนรู้ออนไลน์ให้ขยายตัวอย่างแพร่หลายภายหลังวิกฤติไวรัสผ่านพ้น แม้ว่าปรากฏการณ์นี้ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงการเรียนการสอนในระบบโรงเรียนซึ่งแทบทั้งหมดยังอยู่ในช่วงปิดเทอม แต่ผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เป็นไปได้ว่าห้องเรียนกายภาพจะมีการปรับตัวขนานใหญ่ จนเกิดการผสมผสานรูปแบบการเรียนออนไลน์และการเรียนในห้องเรียนเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนที่มีความแตกต่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น พูดคุยกับ ‘ครูเก๋’ จารุณี สินชัยโรจน์กุล เจ้าของเพจ เก๋ไก๋ไฮเทค และเว็บไซต์ inspirelearner.com กับมุมมองความคิดเห็นที่มีต่อการเรียนรู้ออนไลน์และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
วิกฤติไวรัสโควิด-19 จะเปลี่ยนความคิดและวิถีชีวิตของเราไปตลอดกาลหลังจากนี้ การปรับตัวมาใช้เทคโนโลยีสนับสนุนชีวิตประจำวันในห้วงวิกฤต เช่น การเรียนออนไลน์ การทำงานจากบ้าน (work from home) เริ่มเป็นสิ่งคุ้นเคย แอพพลิเคชั่นยอดนิยมที่ถูกกล่าวถึงกันมากอันหนึ่งก็คือ Zoom ซึ่งขณะนี้มีการนำไปใช้กับการเรียนการสอนและการประชุมงานเป็นกลุ่มอย่างกว้างขวาง Zoom กำเนิดจากความรักของอีริค หยวน ที่มีต่อหญิงสาวที่ต้องอยู่ห่างไกลกัน ประกายความคิดที่อยากมีเครื่องมือร่นระยะทางให้คนรักสองคนได้พบปะเห็นหน้าและพูดคุยกัน กลายมาเป็นเทคโนโลยีเชื่อมสัมพันธ์ของผู้คน และถูกใช้งานอย่างทรงพลังในห้วงวิกฤติไวรัสมหาภัย Zoom ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อการสื่อสารในสภาวะที่เราต้องร่วมมือกันรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เท่านั้น แต่ยังทำให้ อีริค หยวน ผงาดเป็นมหาเศรษฐีหน้าใหม่จากราคาหุ้นที่พุ่งสูงขึ้นในชั่วเวลาเพียงไม่นาน
ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราการอ่านออกเขียนได้ของประชากรอยู่ในระดับร้อยละ 99 ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญคือ ระบบการศึกษา ค่านิยมและวัฒนธรรมการอ่านของญี่ปุ่น ซึ่งกระตุ้นให้ประชาชนอ่านออกเขียนได้และมีนิสัยรักการอ่านหนังสือ ปัจจัยแวดล้อมทั้งด้านนโยบาย ตลาดหนังสือ และพฤติกรรมการอ่านของชาวญี่ปุ่น นโยบายส่งเสริมการอ่านของประเทศญี่ปุ่น บันทึกในโอกาสการสัมมนา TK Forum 2010 ของสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ เพื่อนำเสนอเนื้อหาส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง นโยบายส่งเสริมการอ่านของไทย: ศึกษาเปรียบเทียบกับต่างประเทศ ซึ่งศึกษาความสำเร็จของนโยบายส่งเสริมการอ่านของประเทศไทยเปรียบเทียบกับต่างประเทศ จำนวน 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสวีเดน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศเวียดนาม
ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีหรือเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีการอ่านออกเขียนได้เป็นอันดับที่ 17 ของโลก โดยมีสถิติอัตราการอ่านออกเขียนได้ ร้อยละ 93.5 อันเนื่องมาจากนโยบายส่งเสริมการศึกษา ระบบการศึกษา การพัฒนาระบบห้องสมุด และการสนับสนุนอย่างจริงจังของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทัศนคติที่ฝังรากลึกลงในวัฒนธรรมของประชาชนชาวเกาหลีที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการศึกษา นโยบายส่งเสริมการอ่านของประเทศเกาหลีใต้ บันทึกในโอกาสการสัมมนา TK Forum 2010 ของสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ เพื่อนำเสนอเนื้อหาส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง นโยบายส่งเสริมการอ่านของไทย: ศึกษาเปรียบเทียบกับต่างประเทศ ซึ่งศึกษาความสำเร็จของนโยบายส่งเสริมการอ่านของประเทศไทยเปรียบเทียบกับต่างประเทศ จำนวน 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสวีเดน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศเวียดนาม
สรุปข่าวสารเรื่องราวเด่นในแวดวงการอ่านและการเรียนรู้ทั้งของไทยและต่างประเทศ ในรอบเดือนกุมภาพันธ์ 2563 พบกับเรื่อง… • สถิติดิจิทัลของคนไทย ปี 2020 อัพเดทพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของคนไทยในปีนี้ จาก Digital 2020 Report • กลยุทธ์การตลาดของ Amazon จากร้านออนไลน์สู่ร้านออฟไลน์ แม้ว่าธุรกิจร้านหนังสือทั่วโลกจะอยู่ในช่วงขาลง แต่ Amazon ไม่เคยกลัว และนำหลายบทเรียนความสำเร็จจากการทำร้านหนังสือออนไลน์ มาใช้กับการลงสังเวียนร้านหนังสือแบบกายภาพ • SkillsFuture การขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของสิงคโปร์ มุ่งยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตของคนสิงคโปร์ทุกวัยทุกสาขาอาชีพ โดยกำหนดเป็นวาระเห็นชาติและมีโครงการที่เป็นรูปธรรม • 9 พิพิธภัณฑ์เปิดใหม่ ปี 2020 ที่น่าจับตามอง คอศิลปะพลาดไม่ได้ กับความเคลื่อนไหวของพิพิธภัณฑ์น่าสนใจหลายแห่งทั่วโลก ที่กำลังจะเปิดให้บริการในปีนี้
ประเทศสวีเดนมีอัตราการอ่านออกเขียนได้ของประชากรอยู่ในระดับร้อยละ 99 โดยภาครัฐมีบทบาทสำคัญอย่างสูงในการผลักดันและดำเนินนโยบายด้านส่งเสริมการอ่าน ทั้งนี้เป้าหมายของนโยบายการอ่านคือการสร้างสรรค์และผลิตวรรณกรรมคุณภาพให้กระจายไปถึงทุกคนทั่วประเทศอย่างเท่าเทียมกัน โดยรัฐบาลใช้มาตรการต่างๆ ผ่านทางนโยบายราคา นโยบายภาษี การให้เงินอุดหนุน การจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อเป็นกลไกเสริมหน่วยงานหลักอย่างเช่นโรงเรียนและห้องสมุด ตลอดจนการสนับสนุนสำนักพิมพ์และธุรกิจร้านค้าหนังสือ
เมื่องานสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยไม่ตอบโจทย์ของชีวิต น้อย – ดร.สิริพัชร์ สุธีรภัทรานนท์ จึงหันหลังให้กับงานราชการ แล้วมาร่วมกับเพื่อนสนิทเปิดห้องสมุด Bookcase Space and Café ในหมู่บ้านเล็กๆ นอกเมืองเชียงราย ที่นี่คือพื้นที่เปิดสำหรับคนรักการอ่านหนังสือ หลงใหลกาแฟ และใฝ่หามิตรภาพ แม้ความตั้งใจดั้งเดิมอยากจะทำห้องสมุด แต่ด้วยหลักคิดที่ยืดหยุ่นของเธอและหุ้นส่วน ห้องสมุดจึงกลายเป็นทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหาร (เมนูตามใจเจ้าของร้าน) ที่นั่งเล่น สถานที่พบปะ และพื้นที่กิจกรรมทางสังคม สไตล์การตกแต่งดูเหมือนร้านอาหารหรือร้านกาแฟ แต่จุดเด่นของสถานที่นี้คือชั้นหนังสือ มีหนังสือหลากหลายประเภทตามรสนิยมและความสนใจของเจ้าของ ทั้งเรื่องแปล หนังสือรางวัลซีไรต์ หนังสือวิชาการด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ เพศสภาวะ สตรีนิยม รวมไปถึงวรรณกรรมเยาวชน หนังสือเด็ก หนังสือนำเที่ยว หนังสือแนววิทยาศาสตร์อ่านง่าย ทั้งหมดนี้เพื่อสะท้อนแนวคิดที่คำนึงถึงผู้คนทุกกลุ่ม ทุกความสนใจ ทุกความสามารถที่แตกต่าง โดยไม่แบ่งแยกกีดกัน นอกจากจะเป็นพื้นที่อ่านและให้บริการยืมคืนหนังสือแล้ว ยังเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้ ใช้จัดเวิร์คช็อปและกิจกรรมต่างๆ และด้วยพื้นความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เคมี บวกกับชุมชนหมู่บ้านที่ห้องสมุดตั้งอยู่นี้มีต้นทุนทางสังคมจากการได้รับรางวัลดีเด่นเรื่องการจัดการขยะของจังหวัดเชียงราย น้อย-สิริพัชร์จึงตั้งใจให้ Bookcase เป็นพื้นที่ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ และการทำ “อีโคบริก” วัสดุที่ใช้แทนอิฐในการก่อผนัง นับเป็นอีกหนึ่งแรงในการลงมือทำเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
สุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะ บอกเล่าแนวคิดความเป็นมาของการส่งเสริมเชียงรายให้เป็น ‘เมืองศิลปะ’ ซึ่งดำเนินการมาก่อนหน้าที่จะได้รับการประกาศชื่อจากกระทรวงวัฒนธรรมเป็น 1 ใน 3 จังหวัดนำร่องร่วมกับกระบี่และโคราช จุดแข็งที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นคือเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีการรวมตัวอย่างเหนียวแน่นของศิลปิน มีการถ่ายทอดความคิดและส่งผ่านการทำงานต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น และยังเป็นจังหวัดเดียวที่บรรดาศิลปินสามารถร่วมกันจัดตั้ง “สมาคมศิลปินเชียงราย” ได้สำเร็จตั้งแต่ปี 2547 อันนำมาสู่การก่อตั้ง “ขัวศิลปะ” เพื่อเป็นองค์กรที่รวบรวมผลงานศิลปะของศิลปินในเมืองเชียงราย และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องการเรียนรู้ศิลปะในจังหวัด โครงการเด่นที่ดำเนินการภายใต้การเป็นเมืองศิลปะ เช่น วอลล์อาร์ตหรือการวาดภาพบนผนังอาคารสถานีขนส่งผู้โดยสาร โครงการเปิดบ้านศิลปิน สร้างเส้นทางท่องเที่ยวแนวใหม่ด้วยแนวคิดโฮมสเตย์ ให้นักท่องเที่ยวใช้ชีวิตและเรียนรู้ศิลปะจากศิลปินตัวจริงๆ มีบ้านศิลปินกว่า 40 หลังเข้าร่วมในโครงการ โครงการสอนศิลป์กับศิลปินเชียงราย โดยร่วมกับ ททท.และโรงเรียนต่างๆ และขณะนี้กำลังเตรียมพร้อมจัดงานใหญ่ระดับโลกคือ มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ หรือ Thailand Art Biennale Chiangrai 2022 ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นเด่นชัดว่าศิลปะนั้นสามารถสร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ และรังสรรค์เมืองให้น่าอยู่และมีคุณภาพได้อย่างแท้จริง
สรุปข่าวสารเรื่องราวเด่นในแวดวงการอ่านและการเรียนรู้ทั้งของไทยและต่างประเทศ ในรอบเดือนมกราคม 2563 พบกับเรื่อง… • โปรเจ็คทรงพลังด้านการศึกษาและการรู้หนังสือในอังกฤษ ปี 2020 ทำความรู้จักโครงการดีๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อประโยชน์ด้านการศึกษาและการรู้หนังสือ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในอังกฤษ • อุตสาหกรรมหนังสือกระดาษของไต้หวันกำลังสั่นคลอน ไต้หวันซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของคนรักหนังสือ กำลังพบกับสถานการณ์คนเข้าร้านหนังสือลดลงจนน่าใจหาย สำนักพิมพ์และร้านหนังสือหลายแห่งกำลังทยอยปิดตัว เนื่องมาจากผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่อพฤติกรรมการอ่าน • ชาวอเมริกันเข้าห้องสมุดมากกว่าเข้าโรงหนัง แม้จะมีข่าวห้องสมุดหลายแห่งปิดตัวและถูกลดงบประมาณ แต่ผลสำรวจล่าสุดก็ยังพบว่าการเข้าห้องสมุดยังคงเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของคนอเมริกัน และเป็นที่นิยมมากเสียยิ่งกว่าการไปโรงหนังเสียอีก • เมื่อห้องสมุดออสเตรเลียเผชิญกับกับมหันตภัยทางธรรมชาติ ติดตามบทบาทของห้องสมุดประชาชน ที่มีต่อชุมชนและผู้คนในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด เมื่อออสเตรเลียพบกับภัยพิบัติธรรมชาติครั้งรุนแรง • “เอี่ยม book” ห้องสมุดจากสตาร์ทอัพจัดการขยะ หนังสือที่ไม่ใช้แล้วจากครัวเรือนและการบริจาคได้ถูกเก็บรวบรวมและนำมาซ่อมแซม เพื่อหมุนเวียนแจกจ่ายไปยังวัด โรงเรียน และเกิดเป็นพื้นที่การอ่านเล็กๆ ในชุมชนจังหวัดเชียงใหม่
มิถุนายน 2562 ยูเนสโกประกาศให้เทศบาลนครเชียงราย เป็นสมาชิกเครือข่าย UNESCO GNLC (UNESCO Global Network of Learning Cities) เนื่องจากเทศบาลนครเชียงรายได้ดำเนินการตามกลยุทธ์ด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นเมืองที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ อาทิ มีประชากรอย่างน้อย 10,000 คนขึ้นไป มีบทบาทหน้าที่ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความพร้อมในการขับเคลื่อนหน่วยงานในลักษณะเทศบาลแห่งการเรียนรู้ (Learning Municipality) สร้างความสมานฉันท์ในสังคม มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ตลอดจนตระหนักถึงคุณค่าการเรียนรู้อย่างไม่สิ้นสุด การเป็นสมาชิกเครือข่าย UNESCO GNLC ทำให้เทศบาลนครเชียงรายจะได้รับการสนับสนุนในการดำเนินงานเพื่อสร้าง “เมืองแห่งการเรียนรู้” และเสริมสร้างการเป็นหุ้นส่วนและเครือข่ายความร่วมมือกับนานาชาติซึ่งขณะนี้มีสมาชิก 224 เมือง ใน 52 ประเทศ อันจะส่งผลต่อการพัฒนาการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับคนทุกเพศวัย รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย ณรงค์ศักดิ์ เตือนสกุล เปิดเผยถึงที่มาของการได้รับเลือกเป็นสมาชิก GNLC แผนดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมและต่อยอดจากการได้รับโอกาสครั้งสำคัญนับจากนี้ รวมถึงประโยชน์ที่ชาวเชียงรายจะได้รับ
UNESCO Global Network of Learning Cities เป็นโครงการขององค์การยูเนสโกที่มุ่งหวังให้เมืองต่างๆ ในโลกเติบโตอย่างมีทิศทางและพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงจัดตั้งเครือข่ายระดับโลกขึ้นมาเพื่อช่วยรัฐบาลท้องถิ่น (เมือง) ในการพัฒนากลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมในการสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ การวางกฎเกณฑ์ที่รัดกุมเข้มงวดแต่เปิดกว้างและให้โอกาสเต็มที่กับรัฐบาลท้องถิ่นทุกประเทศ คือเสน่ห์สำคัญของโครงการนี้ เพราะเมืองที่เข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้จะมั่นใจได้ว่าภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้หากทำได้ครบถ้วนจะนำไปสู่มาตรฐานของการพัฒนา ในขณะเดียวกันก็เปิดกว้างให้กับการแสดงเจตจำนงและความมุ่งมั่นที่จะลงมือทำงาน “ยากๆ” ให้สำเร็จ ซึ่งมีโอกาสที่สองให้กับผู้ตั้งใจอย่างแท้จริงเสมอ ในกรณีของไทย กลยุทธ์กำกับทิศทางการพัฒนาเมืองอีกรูปแบบหนึ่งคือการเชิดชูจุดเด่นของเมือง ตัวอย่างเช่นการที่กระทรวงวัฒนธรรมคัดเลือกและประกาศให้จังหวัดนำร่อง 3 แห่งเป็น ‘เมืองศิลปะ’ ได้แก่ กระบี่ โคราช และเชียงราย ตามมาด้วยกระบวนการสนับสนุนกิจกรรมในพื้นที่อย่างต่อเนื่องทั้งเล็กและใหญ่ โดยอาศัยเครือข่ายความร่วมมือของผู้คนและองค์กรในจังหวัดนั้นๆ นับเป็นกระบวนการกระตุ้นส่งเสริมการมีส่วนร่วมที่เกิดการพัฒนามาจากฐานล่าง โดยมีส่วนบนเป็นแค่ผู้จุดประกายและให้การสนับสนุน เชียงราย เป็นจังหวัดเดียวของไทยที่ได้รับเลือกจากยูเนสโกให้เข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายระดับโลกด้านเมืองแห่งการเรียนรู้ (โดยเทศบาลนครเชียงราย) และได้รับเลือกจากกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็นเมืองศิลปะ ดังที่กล่าวแล้ว
เด็กอ่านโลก: จากทักษะการอ่านสู่ทักษะแห่งศตวรรษใหม่ โดย ดร.จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ และนายสรรชัย หนองตรุด หัวหน้าฝ่ายสื่อและสารคดี สถาบันรามจิตติ บันทึกในโอกาสการประชุมวิชาการประจำปี 2556 (Thailand Conference on Reading 2013) ของสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ วิทยากรได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากการลงพื้นที่ทำงานกับเด็กเยาวชนหลายพื้นที่ในการทำ “โครงการวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้นอกฐานโรงเรียนผ่านกระบวนการผลิตสื่อสารคดี” จุดเริ่มต้นที่จะทำให้เด็กเรียนรู้คือ การชวนให้สงสัยใช้จินตนาการ และฝึกการตั้งคำถาม จะทำให้พบความรู้นอกเหนือตำราอีกมากมาย
ห้องเรียนอนาคตแห่งศตวรรษที่ 21 โดย ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บันทึกในโอกาสการประชุมวิชาการประจำปี 2555 (TK Conference on Reading 2012) ของสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ การประชุมครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการส่งเสริมการอ่านของผู้ทรงคุณวุฒิทั้งของไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งเน้นในการขยายองค์ความรู้และความรับรู้ที่มีต่อประเทศในกลุ่มอาเซียน ตลอดจนการสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศทางด้านนโยบายการอ่านและการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ อันจะนำไปสู่ความเข้าใจซึ่งกันและกันที่แนบแน่นลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นในฐานะพลเมืองอาเซียน ภายใต้ปรัชญา “Towards ASEAN Citizenship with Books and Reading”
สรุปข่าวสารเรื่องราวเด่นในแวดวงการอ่านและการเรียนรู้ทั้งของไทยและต่างประเทศ ในรอบเดือนธันวาคม 62 พบกับเรื่อง… • ผลสอบ PISA 2018 คะแนนการอ่านเด็กไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง มีนักเรียนประมาณ 40% เท่านั้นที่มีความสามารถด้านการอ่านตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป (จาก 6 ระดับ) ซึ่งถือเป็นขั้นพื้นฐานที่นัสามารถใช้ทักษะและความรู้ในชีวิตจริงได้ • อุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี หลังคาสีเขียวใหญ่ที่สุดของเอเชีย แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เน้นเรื่องความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างพื้นที่สาธารณะ ที่นักศึกษาและชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน • ห้องสมุดในจีนเผาหนังสือที่อาจมีเนื้อหา “ไม่เหมาะสม” เพื่อกำจัดความคิดเห็นที่แตกต่าง สวนทางกับสังคมจีนซึ่งคนรุ่นใหม่ได้รับการศึกษาสูงขึ้นและตระหนักถึงเสรีภาพในการพูดและแสดงความคิดเห็นมากขึ้น • หนังสือบำบัด เมื่อเจ็บป่วยจงอ่านหนังสือ ที่ประเทศอังกฤษ นักจิตวิทยาสามารถเขียน “ใบสั่งหนังสือ” แก่คนไข้ เพื่อให้ไปรับบริการหนังสือที่ห้องสมุดประชาชนใกล้บ้าน • มองห้องสมุดไปไกลอีก 10 ปี “Public Libraries 2030” ความร่วมมือระหว่างประเทศสาชิกสหภาพยุโรป เพื่อสนับสนุนให้บรรณารักษ์กลายเป็นนักเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรมห้องสมุด
นี่คือหนึ่งในสตาร์ทอัพการศึกษาที่ถูกจับตามองมากที่สุด นับจากได้ทุนสนับสนุนจากโครงการ “ดีแทคพลิกไทย” มาจนถึงการได้รับเลือกเป็น EdTech Startup รุ่นแรกของ StormBreaker Venture ซึ่งเป็นโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพด้านการศึกษาโดยบริษัทลงทุนหรือเวนเจอร์แคปิตอลหลายแห่ง เรากำลังพูดถึง insKru แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อแบ่งปันไอเดียและเทคนิคการสอน จากแนวคิดของสาวน้อย “นะโม” ชลิพา ดุลยากร ที่อยากเห็นชุมชนออนไลน์ของครูซึ่งก้าวข้ามการเล่าบ่นถึงความทุกข์ในการสอนหรือชีวิตท่ามกลางเอกสารแบบประเมิน แต่มีเรื่องราวกระตุ้นจินตนาการและตัวอย่างการสอนแบบสนุกๆ ที่ครูนำไปใช้ได้จริง ด้วยความเชื่อว่า ครู คือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา ดังนั้นจึงต้องหาเครื่องมือและวิธีการเพิ่มศักยภาพการสอน ช่วยให้ครูกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง โดยเริ่มจากตัวครูหรือวิธีจัดการเรียนการสอน เพื่อทำให้ห้องเรียนสนุก ผู้เรียนและผู้สอนมีความสุขกับการเรียนการสอน การศึกษาก็จะดีขึ้นได้ นะโมย้ำว่า เธอไม่เคยคิดว่ากำลังทำแพลตฟอร์ม แต่กำลังเปลี่ยนความเชื่อของคน นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ไม่ธรรมดา เป็นสิ่งท้าทายที่มองเห็นอุปสรรคความยากลำบากรออยู่ข้างหน้า แต่ถ้าใครได้เห็นแววตาที่มุ่งมั่นและแสนบริสุทธิ์ของเธอ... จะมองเห็นความหวังกับอนาคตการศึกษาไทย เป็นอนาคตสดใสที่จะเกิดขึ้นและเป็นไปได้ด้วยมือคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่อนาคตอันมืดมนหม่นหมองชวนสิ้นหวัง เพราะติดอยู่ในกับดักความคิดและวังวนของปัญหา ในมือของคนรุ่นเก่าที่ล้าหลังและไม่คิดหรือยอมที่จะเปลี่ยนแปลง
ยุคสมัยที่ตลาดนิตยสารเฟื่องฟู การ์ตูนไทยในรูปแบบนิตยสารมีให้เลือกหลากหลาย ‘ชัยพฤกษ์การ์ตูน’ นับเป็นหนึ่งในตำนานครองใจเด็กๆ ที่เติบโตมาในยุค 70 และยืนหยัดอยู่บนแผงหนังสือนานกว่าสองทศวรรษครึ่ง บุษบง โควินท์ นักเขียนนักแปลนิทานและวรรณกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน ทีมงานรุ่นแรกๆ ของชัยพฤกษ์การ์ตูน บอกเล่าที่มาของนิตยสารการ์ตูนเล่มนี้ และบทบาทหน้าที่ของเธอในกองบรรณาธิการ รวมถึงการเป็นผู้ดูแลคอลัมน์ ‘คุยกับพี่ดาว’ ซึ่งเป็นนามปากการ่วมที่เธอเข้ามารับช่วงเป็นคนที่สี่ ใช้ตอบจดหมายไขข้อสงสัยสารพัดเรื่องให้กับเด็กๆ ในยุคที่ไม่มีกูเกิล บุคคลสำคัญที่เป็นตัวหลักของชัยพฤกษ์การ์ตูน คือ ณรงค์ ประภาสะโนบล นักวาดการ์ตูน บรรณาธิการและผู้ร่วมก่อตั้ง เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2561 ทิ้งตัวการ์ตูนอย่าง ทาร์ซานกับเจ้าจุ่น ท่านขุน หนูแหวน เจ้าแพะ ลุงกำนัน เอาไว้ในความทรงจำของเด็กรุ่นนั้น นอกจาก “ตุ๊กตา” “เบบี้” “หนูจ๋า” แล้ว กล่าวได้ว่า "ชัยพฤกษ์การ์ตูน" คือหนังสือการ์ตูนในดวงใจของหลายต่อหลายคน เป็นหนึ่งในนิตยสารที่เป็นเบ้าหลอมสำคัญในการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน การมองโลกอย่างละเมียดละไม การตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว และการพยายามเรียนรู้ค้นหาคำตอบเพื่อชีวิตและสังคมที่ดี ของคนไม่น้อยกว่า 3-4 รุ่น
ชาวบ้านก็ทำวิจัยได้! โดยทั่วไป งานวิจัยมักเป็นเรื่องของนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญ มีกรอบความคิดทฤษฎี เครื่องมือการสำรวจวิจัย การประมวลผล รูปแบบวิธีการเขียนและเรียบเรียง การให้เหตุผลที่เป็นระบบระเบียบ มีการอ้างอิงตำรับตำราความรู้หรือข้อมูลจากงานวิจัยอื่นเทียบเคียง สุดท้ายคือการวิเคราะห์และข้อเสนอแนะ แม้ว่าโครงสร้างหลักๆ ของวิธีวิทยาในการวิจัยจะมิได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ทว่าผลกระทบจากปัญหาต่างๆ ทางสังคมที่ซับซ้อนมากขึ้น องค์ความรู้ในการอธิบายพฤติกรรมทางสังคมก็เริ่มมีความหลากหลายและเกิดการบูรณาการข้ามสาขา เพื่อที่จะเข้าถึงและเข้าใกล้ความจริงให้มากที่สุด ทำให้กระบวนการวิจัยที่มี ‘นักวิจัย’ เป็นองค์ประธาน เริ่มเปลี่ยนแปลงไป “งานวิจัยไทบ้าน” คือรูปธรรมของการเปลี่ยนแปลงวิธีวิทยาในงานสำรวจวิจัย เมื่อ ‘ชาวบ้าน’ ปรากฏตัวเป็นทั้งผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ความรู้ ผู้สร้างความรู้ กระทั่งเป็นผู้เรียนรู้ร่วมกันกับนักวิจัย ผลงานวิจัยที่สำเร็จออกมาจึงสะท้อนให้เห็นลงลึกถึงรากเหง้าปัญหา ไม่ใช่เพียงข้อมูลและงานเขียนที่แห้งแล้งซึ่งสกัดเอาทุกข์สุขของคนออกไปเพื่อความบริสุทธิ์ผุดผ่องทางวิชาการ แต่เป็นงานวิชาการที่ประกอบร่างจากวิถีชีวิตผู้คนซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียจากกรณีปัญหาที่นักวิจัยเพียรพยายามค้นคว้าหาคำตอบและวิธีการแก้ไข ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ หัวหน้าศูนย์ภูมิภาคศึกษาด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาที่ยั่งยืน คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกเล่าถึงที่มาของการวิจัยเพื่อท้องถิ่นและกำเนิดของ “งานวิจัยไทบ้าน” (ไทบ้าน ภาษาอิสานหมายถึง ชาวบ้าน) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมของการวิจัยที่เน้นการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของคนที่เกี่ยวข้อง มุ่งสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและคนในท้องถิ่น เป็นกระบวนการสร้างประชาธิปไตยไปพร้อมกับการเรียนรู้เรื่องสิทธิชุมชนและความเป็นธรรมทางสังคม
Read Around EP.13 100 นวนิยายเปลี่ยนโลก สรุปข่าวสารเรื่องราวเด่นในแวดวงการอ่านและการเรียนรู้ทั้งของไทยและต่างประเทศ ในรอบเดือนพฤศจิกายน 62 พบกับเรื่อง… • 100 นวนิยายเปลี่ยนโลก บีบีซีร่วมกับองค์กร Libraries Connected คัดสรรรายชื่อนวนิยาย 100 เล่มที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงโลก โดยห้องสมุดในอังกฤษจะนำรายชื่อหนังสือไปใช้ในการจัดกิจกรรมตลอดปี 2020 • IoT เปลี่ยนห้องสมุดได้อย่างไร ห้องสมุดในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปไกลด้วยอิทธิพลของเทคโนโลยี ซึ่งสามารถช่วยพัฒนาการให้บริการ ทรัพยากร และประสบการณ์ของผู้ใช้บริการ เทคโนโลยีหนึ่งที่น่าจับตามองคือการเปลี่ยนแปลงจาก ‘Internet of Communication’ ไปสู่ ‘Internet of Things’ หรือ IoT • อ่านเรื่องผีฝีมือ AI ฮัลโลวีนปีนี้มนุษย์มีโอกาสได้อ่านวรรณกรรมผีสำนวนดีที่แยกไม่ออกเลยว่าเป็นผลงานการเขียนของปัญญาประดิษฐ์ มีการคาดการณ์ว่าภายใน 10 ปี AI จะสามารถเขียนรายงานได้เทียบเท่าเด็กมัธยมปลาย และภายใน 25 ปี จะสามารถเขียนงานระดับ Bestseller ได้เลยทีเดียว • รายงานยูนิเซฟระบุเด็กไทยร้อยละ 22 เผชิญกับความยากจนซึ่งส่งผลต่อสุขภาพ การศึกษา และพัฒนาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เด็กในจังหวัดชายแดนใต้ และเด็กข้ามชาติ
เมื่อพูดถึงปฏิบัติการช่วยชีวิต 13 หมูป่า ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน คงยากที่จะปฏิเสธว่าหนึ่งในฮีโร่ที่มีคนจดจำได้มากที่สุดคือ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย (ในขณะที่รับผิดชอบเป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติการกู้ภัย เขาก็เป็นอดีตผู้ว่าฯ เชียงราย ไปแล้วจากคำสั่งโยกย้ายที่ออกมาก่อนหน้า) ต่อให้มีคนเห็นแย้งและบอกว่าฮีโร่ตัวจริงนั้นคือจ่าสมาน (น.ต. สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีล ซึ่งเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติการ) ต่างหาก บ้างก็บอกว่าคือชาวบ้านที่ยินยอมให้ที่ดินของตนเป็นพื้นที่รับน้ำปริมาณมหาศาลที่สูบจากถ้ำมาปล่อยท่วมไร่นาจนผลผลิตเสียหาย ด้วยเหตุผลเรียบง่ายไม่ซับซ้อนเพียงแค่ว่าต้องการให้เด็กๆ รอดออกมาอย่างปลอดภัย แน่นอนว่าทุกผู้คนที่เอ่ยถึงไม่ว่าจะในมิติการมองแบบใดล้วนแล้วแต่สมควรได้รับการยกย่อง แต่เรื่องของ 13 หมูป่านั้นไม่เกี่ยวกับประเด็นว่าใครคือฮีโร่ เพราะบทเรียนแง่คิดและคุณค่าจากเหตุการณ์นี้ใหญ่โตลึกซึ้งยิ่งกว่า หาใช่เรื่องชื่อเสียงความโด่งดังอันเป็นเพียงแค่ ‘เปลือก’ หรือ ‘กระพี้’ เท่านั้น บทเรียนหนึ่งซึ่งนำมาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติได้กับการทำงานแทบทุกเรื่อง คือหลักการบริหารและการตัดสินใจบนความเสี่ยง เป็นสิ่งที่คนอย่างณรงค์ศักดิ์ สามารถแสดงศักยภาพการบริหารยามวิกฤติออกมาได้อย่างโดดเด่น ในฐานะผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ ในห้วงเวลาแห่งความเป็นความตายของทั้งคนที่เป็นผู้ประสบภัยและคนที่เข้าไปร่วมให้ความช่วยเหลือ ย้อนฟังเรื่องราวหยุดโลกกันอีกครั้งจาก “ผู้ว่าฯหมูป่า” รวมถึงบทบาทในฐานะ “ผู้ว่าฯนกยูง” แห่งเมืองพะเยา ก่อนจะโยกย้ายไปเมืองรถม้าลำปาง พร้อมทั้งรู้จักตัวตนอีกด้านของเขาในแบบสบายๆ กับเรื่องรสนิยมการอ่านที่สะสมเป็นนิสัยช่างคิดช่างค้นหาเหตุผลจนกลายเป็นคุณสมบัติติดตัว
จะเรียก “พิพิธภัณฑ์เล่นได้” หรือ “โรงเล่นเรียนรู้” อย่างไรก็ได้ คนริเริ่มอย่าง วีรวัฒน์ กังวานนวกุล มิได้ขัดข้อง เพราะแก่นของแหล่งเรียนรู้แห่งนี้หาใช่พื้นที่เก็บของสะสมให้นอนตายซากรอคนเข้ามาชม หากแต่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความเชื่อว่า ‘การเรียนกับการเล่นเป็นเรื่องเดียวกัน’ ดังนั้น พื้นที่นี้จึงมีชีวิตชีวาด้วยกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะการคิด การแก้ปัญหา การสร้างสรรค์ ซึ่งใช้การเล่นหรือของเล่นเป็น “เครื่องมือ” นำไปสู่การค้นพบ “ประสบการณ์ใหม่” หรือความรู้ที่เกิดขึ้นจากการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง การเลือกวิธีการศึกษาแบบ ‘บ้านเรียน’ หรือ Home School ให้กับลูกชายทั้งสอง สะท้อนถึงความเชื่อในเรื่องเสรีภาพและการทำงานเป็นเครือข่าย ขณะที่งานของเขาจะเน้นการเชื่อมโยงเรื่องของการเรียนรู้ การเล่น การศึกษา ทุนทางสังคม และเครื่องมือชุมชน ให้ถักทอเป็นเนื้อเดียวกัน ตัวอย่างเช่น การรวบรวมภูมิปัญญาของเล่นพื้นบ้านในชุมชนอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย มาถ่ายทอดเป็นความรู้ในการประดิษฐ์ของเล่นเหล่านี้จนฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาใหม่ หรือเมื่อเร็วๆ นี้ก็เพิ่งจะสร้างโรงประกอบฝัน เป็นเมกเกอร์สเปซให้กับกลุ่มเด็กโตหรือคนวัยหนุ่มสาวที่สนุกกับการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ การแก้ปัญหา และลองผิดลองถูก โดยใช้เครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์เท่าที่มีอยู่และหาได้ในชุมชน ล่าสุด วีรวัฒน์จับมือกับ นัยนา สมควร ครูบรรณารักษ์จาก กศน.อำเภอแม่สรวย คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดนวัตกรรมส่งเสริมการอ่าน ประจำปี 2561 ด้วยผลงานโฮโลแกรม “เล่นตามพ่อ” ซึ่งคิดค้นร่วมกัน โดยมีลูกชาย รามิล กังวานนวกุล ในฐานะนักศึกษา กศน. เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญ
loading
Comments 
loading
Download from Google Play
Download from App Store